4 เทรนด์หลักตลาดอาหารในสหรัฐ
SME KnowledgeSME Go Inter

4 เทรนด์หลักตลาดอาหารในสหรัฐ

2 ม.ค. 2564
|
7512

สภาข้อมูลอาหารระหว่างประเทศ วิเคราะห์และคาดการณ์หลังทำการสำรวจด้านอาหารและสุขภาพในช่วงยุค COVID-19 ในปี 2563 พบว่าคนอเมริกันร้อยละ 54 และคนอเมริกันผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปร้อยละ 63 สนใจการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยปีนี้คนอเมริกันร้อยละ 43 นิยมรับประทานอาหารที่มีโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ เพิ่มขึ้นจากปี 2561-2562 ร้อยละ 38 และ 36 ตามลำดับ

ขณะเดียวกันมีการบริโภคอาหารบางประเภทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งน่าจะชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มเทรนด์อาหารในตลาดสหรัฐอเมริกาในปี 2564

โดยผลิตภัณฑ์อาหารที่คนอเมริกันบริโภคเพิ่มขึ้นอันดับแรกๆ ได้แก่ โปรตีนจากพืช เพิ่มขึ้นร้อยละ 28, บริโภคนมจากพืช เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 และบริโภคพืชทดแทนเนื้อสัตว์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับปี 2562 สำหรับการบริโภคอาหารประเภทของคบเคี้ยวคิดเป็นร้อยละ 26 และอีกร้อยละ 74 พยายามลดอาหารที่มีน้ำตาล

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคดังกล่าว จะส่งผลต่อความต้องการสินค้าอาหารและเครื่องดื่มในสหรัฐฯ ในอนาคต โดยตัวบ่งชี้ 4 เทรนด์หลักจากการสำรวจ พบว่าในปี 2563 ผู้บริโภคสหรัฐนิยมบริโภคอาหารดังต่อไปนี้

1. อาหาร plant-based หรืออาหารที่ผลิตขึ้นจากพืชเป็นส่วนประกอบหลักอย่างน้อยร้อยละ 95 อาทิ พืช ผัก ผลไม้ ฯลฯ จะขยายตัวและมีวางจำหน่ายในตลาดมากขึ้น

2. ผู้บริโภคนิยมอาหารที่อุดมด้วยวิตามินซีและอาหารเสริมเพิ่มภูมิต้านทาน

3. ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ๆ อาทิ เครื่องดื่ม Driftwell ของบริษัท Pepsi ที่ช่วยผ่อนหลายและช่วยให้หลับสบาย

4. มีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อให้ข้อมูลและองค์ความรู้แก่ผู้บริโภคมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับเกี่ยวกับวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตอาหาร กระบวนการผลิต การขนส่ง ฯลฯ ซึ่งบนบรรจุภัณฑ์อาหารจะมีรหัส QR codes ให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

 

COVID-19 ตัวเร่งกระแสสุขภาพมากแรง

นอกจากชี้ให้เห็นถึงเทรนด์อาหารที่กำลังมาแรงแล้ว ผลการสำรวจของสภาข้อมูลอาหารระหว่างประเทศ ที่สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก นำข้อมูลบางส่วนมาเผยแพร่แก่ผู้สนใจ ยังพบว่าผลกระทบจากไวรัส COVID-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องถึงสถาบันครอบครัว ประเด็นที่น่านำมาพิจารณา คือหลังเกิดการแพร่ระบาดของโรค สมาชิกในครัวเรือนอเมริกันได้ร่วมกันเรียนรู้การปรุงอาหารมากขึ้น โดยคนที่อายุระหว่าง 18-23 ปีจะหันมารับประทานผักและโปรตีนจากพืชมากขึ้น เช่น dry beans, lentils, tofu หรือการทำเบอร์เกอร์ด้วยผัก

ขณะเดียวกันก็ลดการรับประทานอาหารประเภทจานด่วน หรือแฮมเบอร์เกอร์ลง โดยผู้บริโภคบางส่วนหันไปรับประเทศอาหารที่ผลิตในชุมชนหรือในย่านใกล้เคียงที่พักอาศัยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับซัพพลายเชน รวมทั้งการขนส่งสินค้าในช่วงต้นของการระบาดของไวรัส COVID-19

แต่กระแสรักสุขภาพ กับ COVID-19 เป็นตัวเร่งทำให้ผู้บริโภคอเมริกันหันมาใส่ใจกับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นแรงผลักดันให้เกิดความนิยมในการบริโภคโปรตีนจากพืชตระกูลถั่ว รวมถึงเห็ด และสาหร่ายทะเล และการนำพืชมาทำเป็นอาหารทดแทนเนื้อสัตว์

อาหารผลิตจากพืชจึงถือเป็นสินค้าที่มีอนาคตสดใสอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่กระแสโลกกำลังมุ่งไปสู่ไปการกินเพื่อสุขภาพ ความนิยมในอาหารผลิตจากพืชขยายตัวจากครัวเรือน และตลาดแบบ Niche หรือตลาดเฉพาะกลุ่ม ไปสู่ตลาดหลักของประเทศ (Mainstream) อย่างรวดเร็ว

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากที่โรงงานผลิตอาหารในสหรัฐฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญและโอกาสทางการตลาด หลายบริษัทจึงได้ลงทุน วิจัย พัฒนา พร้อมนำเสนอสินค้าอาหารทำจากพืชมาทดแทนเนื้อสัตว์กันมากขึ้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจและผู้ประกอบการไทยควรนำไปเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตัดสินใจขยายฐาน ต่อยอดผลิตภัณฑ์อาหารไทยเจาะตลาดสหรัฐอเมริกา


สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


ส่องเทรนด์อาหารและพฤติกรรมของผู้บริโภคปี 2021

‘จิ้งหรีด’ Novel Food แห่งอนาคตตลาดรับซื้อทั่วโลก

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333