ดีเดย์ “วิสาหกิจชุมชน” ต่อทะเบียนเดดไลน์ ม.ค.64
SME KnowledgeSME Update

ดีเดย์ “วิสาหกิจชุมชน” ต่อทะเบียนเดดไลน์ ม.ค.64

16 ธ.ค. 2563
|
2816

ระหว่างวันที่ 1-30 มกราคม 2564 กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเปิดให้วิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศมาต่อทะเบียน โดยแสดงความประสงค์จะดำเนินกิจการต่อ ด้วยการยื่นแบบ สวช.03 พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการต่อทะเบียน 9 รายการ ต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อให้นายทะเบียน (เกษตรอำเภอ) พิจารณาอนุมัติต่อทะเบียนวิสาหกิจชุมชนประจำปี

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2562 ที่กำหนดให้วิสาหกิจชุมชนยื่นขอต่อทะเบียนประกอบกิจการเป็นประจำทุกปี เป็นการอัพเดตข้อมูลเพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เป็นนิติบุคคลที่มีความเข้มแข็ง สามารถเข้าถึงความช่อยเหลือและบริการต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐได้สะดวกมากขึ้น

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ภาครัฐส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนแบบครบวงจร ตั้งแต่ส่งเสริมการจัดตั้ง ให้ความรู้ การศึกษาวิจัย ในการนำทุนชุมชนมาใช้เหมาะสม ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การรักษาคุณภาพ การศึกษาวิจัยเทคโนโลยีและการตลาด ให้สามารถเป็นผู้ประกอบการหรือพัฒนาไปสู่การประกอบธุรกิจขนาดย่อม และขนาดกลาง (เอสเอ็มอี) ต่อไป

การส่งเสริมเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ด้วยการสนับสนุนการจัดตั้ง การประกอบการ การตลาด สร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างเครือข่าย หรือภาคธุรกิจหรืออุตสาหกรรมอื่น ฯลฯ หากวิสาหกิจชุมชน หรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนไม่ยื่นขอต่อทะเบียน นอกจากไม่ได้เข้ามาอยู่ในระบบแล้ว กรณีไม่ยื่นขอต่อทะเบียนเป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือเตือน นายทะเบียนจะดำเนินการเพิกถอนทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ตามกระบวนขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

โดยในรอบต่อไปจะดำเนินการเพิกถอนทะเบียนระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน 2564 อย่างไรก็ตาม กรณีขาดคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ หรือฝ่าฝืนระเบียบ นายทะเบียนสามารถดำเนินการเพิกถอนทะเบียนได้ตลอดทั้งปี

ทั้งนี้กรมส่งเสริมการเกษตร ได้เปิดรับจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2548 ล่าสุดวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 มีวิสาหกิจชุมชนได้รับการอนุมัติให้จดทะเบียนทั่วประเทศรวม 93,130 แห่ง จำนวนสมาชิก 1,578,376 ราย เครือข่ายวิสาหกิจชุนชน 563 แห่ง จำนวนสมาชิก 12,963 ราย

จำแนกตามกลุ่มกิจการผลิตสินค้า 5 ลำดับแรก

1. วิสาหกิจชุมชนที่ประกอบกิจการประเภทการผลิตพืชมากที่สุด 32,902 ราย คิดเป็น 37% ของจำนวนวิสาหกิจชุมชนทั้งหมด

2. วิสาหกิจชุมชนประเภทการผลิตปศุสัตว์ 27,245 ราย คิดเป็น 30% ของทั้งหมด

3. วิสาหกิจชุมชนประเภทการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร 12,716 ราย คิดเป็น 14% ของทั้งหมด

4. วิสาหกิจชุมชนประเภทการผลิตปัจจัยการผลิต 9,223 ราย หรือ 10% ของทั้งหมด

5. วิสาหกิจชุมชนประเภทผลิตภัณฑ์ผ้าทอ-เสื้อผ้า 8,213 ราย หรือ 9% ของทั้งหมด

 

ส่วนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจำแนกตามกลุ่มกิจการผลิตสินค้า 5 ลำดับแรก ประกอบด้วย

1. เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนประเภทการผลิตพืช 231 ราย คิดเป็น 39% ของทั้งหมด

2. เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนประเภทการผลิตปศุสัตว์ 149 แห่ง 25% ของทั้งหมด

3. เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนประเภทการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร 109 แห่ง 18% ของทั้งหมด

4. เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนประเภทการผลิตปัจจัยการผลิต 63 แห่ง หรือ 11% ของทั้งหมด

5. เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนประเภทผลิตภัณฑ์ผ้าทอ-เสื้อผ้า 44 แห่ง หรือ 7% ของทั้งหมด

จัดตามกลุ่มกิจการบริการ 3 ลำดับแรก ประกอบด้วย วิสาหกิจชุมชนประเภทออมทรัพย์ชุมชน 4,034 แห่ง, วิสาหกิจชุมชนประเภทร้านค้าชุมชน 1,983 แห่ง และวิสาหกิจชุมชนประเภทท่องเที่ยว 1,529 แห่ง

ส่วนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจำแนกตามกลุ่มกิจการบริการ 3 ลำดับแรก ได้แก่ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนประเภทร้านค้าชุมชน 33 แห่ง, ประเภทท่องเที่ยว 31 แห่ง และประเภทออมทรัพย์ชุมชน 22 แห่ง

จังหวัดที่มีการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ร้อยเอ็ด 5,165 แห่ง, ศรีสะเกษ 4,185 แห่ง, มหาสารคาม 3,949 แห่ง, ขอนแก่น 3,587 แห่ง และบุรีรัมย์ 3,427 แห่ง

ส่วนจังหวัดที่มีการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนน้อยสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ สมุทรสาคร 146 แห่ง, สมุทรสงคราม 175 แห่ง และสิงห์บุรี 181 แห่ง



สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<<


3 แนวโน้มการท่องเที่ยวแบบประสบการณ์ใหม่

วิกฤตแรงงานไทย ขาดทักษะที่เท่าทันกับยุคสมัยใหม่

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333