CBAM กลไกควบคุมคาร์บอนของ EU: SME ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง
SME KnowledgeSME Update

CBAM กลไกควบคุมคาร์บอนของ EU: SME ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง

15 ก.ย. 2569
|
24

“กฎคาร์บอน” กำลังเข้ามามีบทบาทต่อการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ผลิตสินค้า วัตถุดิบ หรือชิ้นส่วนซึ่งอยู่ในห่วงโซ่การส่งออก เพราะนอกจากราคา คุณภาพ และระยะเวลาส่งมอบแล้ว ผู้ซื้อและผู้นำเข้าอาจต้องใช้ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดของประเทศปลายทางด้วย

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ EU CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) หรือกลไกปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป ซึ่งสิ้นสุดระยะเปลี่ยนผ่านเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2025 และเข้าสู่ระยะบังคับใช้จริงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 ปัจจุบันครอบคลุมสินค้าหลัก 6 กลุ่ม ได้แก่ ซีเมนต์ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน

แม้ผู้ประกอบการ SME ไทยจำนวนมากจะไม่ได้เป็นผู้ยื่นข้อมูลต่อระบบ CBAM ของ EU โดยตรง แต่หากเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนให้บริษัทที่ส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดยุโรป ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตของ SME อาจเป็นข้อมูลที่คู่ค้าต้องขอ เพื่อนำไปใช้คำนวณและรายงานตามข้อกำหนด ดังนั้น สิ่งที่ SME ควรรู้เป็นอันดับแรกคือ สินค้าของตนเกี่ยวข้องกับ CBAM หรือไม่ และมีข้อมูลหลังบ้านพร้อมส่งให้คู่ค้ามากน้อยเพียงใด

ช่วงปี 2026-2029 จึงเป็นจังหวะสำคัญในการทยอยสร้างความพร้อม เพราะ CBAM กำลังเข้าสู่การบังคับใช้ควบคู่กับการลดสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายภายใต้ระบบ EU ETS (European Union Emissions Trading System) หรือระบบซื้อขายสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหภาพยุโรป ซึ่งจะทำให้ต้นทุนคาร์บอนมีบทบาทต่อสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ SME ไทย สามารถเริ่มจากเรื่องใกล้ตัว ได้แก่ ตรวจสอบเส้นทางสินค้า จัดระบบข้อมูลพลังงานและวัตถุดิบ และเตรียมข้อมูลคาร์บอนให้พร้อมเมื่อคู่ค้าร้องขอ มากกว่าการรอให้ข้อกำหนดมาถึงธุรกิจโดยตรง

กฎคาร์บอนและ EU CBAM กับการปล่อย CO2 จากภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง

เคลียร์ปมกฎหมายคาร์บอนข้ามชาติ เมื่อ CBAM เข้าสู่ระยะบังคับใช้จริง

SME ไทยที่อยู่ในห่วงโซ่สินค้าซึ่งเกี่ยวข้องกับ CBAM ไม่ได้เป็นผู้ยื่นรายงานต่อ EU โดยตรงเสมอไป ผู้ที่มีหน้าที่ยื่น CBAM Declaration คือผู้นำเข้าสินค้าใน EU หรือผู้แทนศุลกากรทางอ้อมตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่วน SME ไทยในฐานะผู้ผลิตหรือซัปพลายเออร์ มีบทบาทในการจัดเตรียมข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต เพื่อส่งให้คู่ค้านำไปใช้คำนวณและรายงานต่อ

ภายใต้ระบบปัจจุบัน ผู้มีหน้าที่ยื่น CBAM Declaration คือ Authorized CBAM Declarant ซึ่งโดยทั่วไปคือผู้นำเข้าสินค้าใน EU หรือผู้แทนศุลกากรทางอ้อมตามเงื่อนไขที่กำหนด สำหรับสินค้าในกลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ปุ๋ย และซีเมนต์ EU ได้ปรับเกณฑ์ยกเว้นจากเดิมที่พิจารณามูลค่าสินค้าไม่เกิน 150 ยูโรต่อรายการนำเข้า มาเป็นเกณฑ์มวลนำเข้าสุทธิสะสม 50 ตันต่อผู้นำเข้า 1 รายต่อปีปฏิทิน โดยคำนวณรวมสินค้าที่เกี่ยวข้องใน 4 กลุ่มดังกล่าว ขณะที่ไฟฟ้าและไฮโดรเจนไม่ได้อยู่ภายใต้เกณฑ์ยกเว้นแบบเดียวกัน การปรับเกณฑ์ดังกล่าวเป็นไปตามกฎระเบียบ (EU) 2025/2083 ซึ่งเผยแพร่ในวารสารทางการของสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2025

เปลี่ยนจากการมอง CBAM เป็นภาระ สู่การเป็นซัปพลายเออร์ที่มีข้อมูลพร้อมใช้

สำหรับ SME ที่ไม่ได้ส่งออกไปสหภาพยุโรปโดยตรง โอกาสอยู่ที่การพัฒนาตัวเองให้เป็นซัปพลายเออร์ที่มีข้อมูลคาร์บอนพร้อมใช้

ลองนึกถึงโรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะ 2 แห่งที่มีราคาและคุณภาพใกล้เคียงกัน หากผู้ส่งออกต้องรวบรวมข้อมูลจากซัปพลายเออร์ภายในระยะเวลาจำกัด โรงงานที่สามารถแสดงปริมาณการใช้ไฟฟ้า เชื้อเพลิง วัตถุดิบ กระบวนการผลิต และที่มาของข้อมูลอย่างเป็นระบบ ย่อมช่วยลดงานในการรวบรวมข้อมูลของลูกค้าได้มากกว่า

ข้อมูลคาร์บอนจึงไม่ได้มีประโยชน์เพียงเพื่อรองรับข้อกำหนดด้านคาร์บอนระหว่างประเทศ แต่สามารถพัฒนาเป็นองค์ประกอบหนึ่งของคุณสมบัติซัปพลายเออร์ โดยเฉพาะเมื่อผู้ซื้อรายใหญ่ต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายระดับของห่วงโซ่

แนวคิดลดคาร์บอนและ CO2 สะท้อนการเตรียมพร้อมรับกฎคาร์บอน

ผู้ประกอบการไทยเริ่มเตรียมข้อมูล EU CBAM ตั้งแต่ช่วงเปลี่ยนผ่าน

การเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจไทยเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่ CBAM ยังอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน โดย อบก. มีการดำเนินโครงการเพื่อเตรียมความพร้อมสินค้าส่งออกสหภาพยุโรป และพัฒนาความสามารถของผู้ประกอบการในการคำนวณและจัดเตรียมข้อมูล Embedded Emissions

ในปี 2026 อบก. และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเดินหน้าโครงการดังกล่าวเข้าสู่ระยะที่ 3 โดยครอบคลุมทั้งการคำนวณ การรายงาน และการทวนสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ฝังอยู่ในสินค้า และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ พร้อมขยายผลและทดสอบแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ฝังอยู่ในสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย

แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่า การเตรียมรับกฎคาร์บอนไม่จำเป็นต้องเริ่มเมื่อคู่ค้าร้องขอข้อมูลแล้วเท่านั้น สำหรับ SME ที่อยู่ในห่วงโซ่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ CBAM สามารถเริ่มจากการจัดระบบข้อมูลการผลิต พลังงาน และวัตถุดิบให้มีรูปแบบสม่ำเสมอ พร้อมเก็บหลักฐานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อให้เมื่อจำเป็นต้องคำนวณหรือส่งต่อข้อมูลให้คู่ค้า สามารถนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้งานต่อได้สะดวกขึ้น

ทีมธุรกิจวางแผนพลังงานสะอาดและจัดการข้อมูลคาร์บอน เพื่อเตรียมพร้อมรับกฎคาร์บอน

แผนปฏิบัติการและแรงบันดาลใจสำหรับ SME 

เมื่อบทบาทสำคัญของ SME ในห่วงโซ่ CBAM คือการจัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตให้คู่ค้าสามารถนำไปใช้ต่อได้ การเตรียมความพร้อมจึงควรเริ่มจากการตรวจสอบก่อนว่า สินค้าของธุรกิจเชื่อมโยงกับตลาด EU หรือไม่ ข้อมูลใดมีอยู่แล้ว และข้อมูลส่วนใดยังต้องจัดเก็บเพิ่มเติมให้เป็นระบบ

SME สามารถเริ่มต้นเป็น 5 ขั้นตอนได้ดังนี้

  • ตรวจสอบเส้นทางสินค้า เลือกลูกค้าหลักประมาณ 5-10 ราย แล้วตรวจสอบว่าสินค้าของธุรกิจถูกส่งต่อไปยังตลาด EU หรือใช้เป็นวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนของสินค้าที่อยู่ในขอบเขต CBAM หรือไม่ หากเกี่ยวข้องกับซีเมนต์ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ปุ๋ย ไฟฟ้า ไฮโดรเจน หรือสินค้าต่อเนื่อง ควรตรวจสอบรหัส CN เพิ่มเติมก่อนสรุป

  • ระบุผู้รับผิดชอบข้อมูลภายในธุรกิจ อาจเริ่มจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิต บัญชี จัดซื้อ หรือสิ่งแวดล้อมประมาณ 1-2 คน เพื่อรวบรวมข้อมูลจากแต่ละฝ่ายและกำหนดรูปแบบการจัดเก็บให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

  • รวบรวมข้อมูลย้อนหลัง 6-12 เดือน เช่น ปริมาณไฟฟ้า เชื้อเพลิง วัตถุดิบ ปริมาณการผลิต และข้อมูลวัตถุดิบจากซัปพลายเออร์ พร้อมเก็บหลักฐานประกอบ เช่น ใบแจ้งค่าไฟ ใบซื้อเชื้อเพลิง ข้อมูลมิเตอร์ และบันทึกการผลิต เพื่อให้สามารถตรวจสอบที่มาของตัวเลขได้

  • จัดทำตารางข้อมูลคาร์บอนสำหรับแต่ละสินค้า โดยระบุข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อและรหัสสินค้า โรงงานหรือสายการผลิต ปริมาณผลิต แหล่งพลังงาน วัตถุดิบสำคัญ ช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล และผู้รับผิดชอบ เพื่อให้เมื่อคู่ค้าร้องขอข้อมูล ธุรกิจสามารถค้นหาและจัดเตรียมได้สะดวกขึ้น

  • ประเมินว่าจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในขั้นใด หากคู่ค้าต้องการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ฝังอยู่ในสินค้าตามวิธีคำนวณของ CBAM หรือธุรกิจต้องการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จึงค่อยพิจารณาผู้เชี่ยวชาญ ซอฟต์แวร์ หรือการทวนสอบเพิ่มเติม แทนการลงทุนทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น

ในระยะเริ่มต้น SME สามารถแบ่งทรัพยากรเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เวลาของบุคลากรสำหรับรวบรวมและตรวจสอบข้อมูล เครื่องมือสำหรับจัดเก็บข้อมูล เช่น Spreadsheet หรือระบบที่ธุรกิจมีอยู่แล้ว และงบสำหรับผู้เชี่ยวชาญหรือการทวนสอบเมื่อเข้าสู่ขั้นที่ต้องคำนวณตามมาตรฐานเฉพาะ หากธุรกิจยังอยู่ในช่วงสำรวจความเกี่ยวข้องกับ CBAM สามารถเริ่มจากเครื่องมือที่มีอยู่และทีมภายในก่อน โดยยังไม่จำเป็นต้องลงทุนซอฟต์แวร์คาร์บอนโดยเฉพาะตั้งแต่วันแรก

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือความสม่ำเสมอและตรวจสอบย้อนกลับได้ของข้อมูล เพราะข้อมูลที่มีหน่วยวัดชัดเจน มีช่วงเวลาระบุ มีหลักฐานประกอบ และมีผู้รับผิดชอบ จะช่วยให้การคำนวณหรือทวนสอบในขั้นถัดไปทำได้เป็นระบบมากขึ้น รวมถึงลดการรวบรวมข้อมูลใหม่เมื่อคู่ค้าต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม

เมื่อกฎคาร์บอนเริ่มทำให้ข้อมูลด้านการผลิตมีบทบาทต่อการค้าระหว่างประเทศ SME ที่รู้เส้นทางสินค้าของตนเองและจัดเตรียมข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ ย่อมมีความพร้อมในการทำงานร่วมกับผู้ส่งออกและคู่ค้าระดับสากล จากข้อกำหนดด้านคาร์บอนที่ดูเหมือนเป็นเรื่องใหม่ จึงสามารถเปลี่ยนเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบข้อมูลภายใน ช่วยดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิม และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงห่วงโซ่อุปทานที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลคาร์บอนมากขึ้น

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM). สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 จาก https://taxation-customs.ec.europa.eu/carbon-border-adjustment-mechanism_en. 

  2. CBAM: Call for evidence on emission methodology, free allocation adjustment and carbon price paid in third countries. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 จาก https://taxation-customs.ec.europa.eu/news/cbam-call-evidence-emission-methodology-free-allocation-adjustment-and-carbon-price-paid-third-2025-08-29_en.

  3. Regulation (EU) 2025/2083 of the European Parliament and of the Council of 8 October 2025 amending Regulation (EU) 2023/956 as regards simplifying and strengthening the carbon border adjustment mechanism (Text with EEA relevance). Recital 2-3. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 จาก https://eur-lex.europa.eu/eli/reg/2025/2083/oj/eng. 

  4. TGO แถลงผลงานเด่น ขับเคลื่อนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมการลดก๊าซเรือนกระจก. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 จาก https://www.tgo.or.th/2023/index.php/th/post/tgo-แถลงผลงานเด่น-ขับเคลื่อนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมการลดก๊าซเรือนกระจก. 

  5. TGO และ CU เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือมาตรการ CBAM. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 จาก https://www.tgo.or.th/2023/index.php/th/post/tgo-และ-cu-เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง-เพื่อรับมือมาตรการ-cbam-192. 

  6. Verification of CBAM emissions. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 จาก https://taxation-customs.ec.europa.eu/carbon-border-adjustment-mechanism/cbam-verification_en. 

  7. ไทยตั้งรับมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป ด้วยมาตรการ Thai CBAM. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 จาก https://www.tgo.or.th/2023/index.php/th/post/ไทยตั้งรับมาตรการ-cbam-ของสหภาพยุโรป-ด้วยมาตรการ-thai-cbam.

  8. รัฐบาลเตือนเอกชนตื่นตัวพร้อมรับมาตราการสิ่งแวดล้อมอียู “CBAM” องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกออกใบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เกือบ 6 พันผลิตภัณฑ์. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 จาก https://www.tgo.or.th/2023/index.php/th/post/รัฐบาลเตือนเอกชนตื่นตัวพร้อมรับมาตราการสิ่งแวดล้อมอียู-cbam-องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกออกใบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์-เกือบ-6-พันผลิต. 

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333