ชวนวิเคราะห์ CBAM พร้อมกลยุทธ์รับมือผลกระทบที่ CEO ต้องรู้
CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) อาจดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับ SME ที่ไม่ได้ส่งออกสินค้าไปยุโรปโดยตรง แต่ความจริงแล้ว สิ่งนี้คือคลื่นใต้น้ำที่กำลังจะส่งแรงสั่นสะเทือนผ่านลูกค้ารายใหญ่ที่คุณเป็นผู้ส่งมอบสินค้าให้ ทั้งผู้ผลิตรายใหญ่ โรงงาน Tier-1 และผู้ส่งออกที่ต้องยื่นรายงาน Carbon Footprint ต่อสหภาพยุโรป (EU) หากคุณไม่เตรียมข้อมูลให้ทันเวลา ธุรกิจอาจเสียความเชื่อมั่น เสียลูกค้า หรือถูกแทนที่แบบไม่รู้ตัวได้
บทความนี้จะมาชวนคุณวิเคราะห์ผลกระทบ CBAM ที่ทำให้ SME ถูกกดดันโดยไม่ตั้งใจ พร้อมอธิบายความต้องการข้อมูลของลูกค้ารายใหญ่ และมอบคู่มือ 4 ขั้นตอนเพื่อให้คุณสามารถเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ตลอดจนเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันได้
CBAM คืออะไร? สรุปสั้น ๆ ที่ SME ต้องเข้าใจ
CBAM คือ กลไกควบคุมความเสี่ยงด้านคาร์บอนที่กดดันให้ทั้งโลกต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง เพราะสหภาพยุโรปต้องการให้สินค้าที่ผลิตนอก EU มีมาตรฐานการปล่อยคาร์บอนที่ใกล้เคียงกับผู้ผลิตภายในประเทศ พูดง่าย ๆ คือ EU ไม่ต้องการให้บริษัทของตนเองเสียเปรียบเรื่องต้นทุนด้านคาร์บอน จึงใช้ CBAM เป็นเครื่องมือทำให้ซัปพลายเออร์ทั่วโลกต้องลดคาร์บอนเหมือนกันทั้งหมด โดยผู้ผลิตทุกรายต้องวัด Carbon Footprint และวางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ
ใครโดนผลกระทบจาก CBAM โดยตรง?
สินค้าที่ถูกบังคับใช้ภายใต้ CBAM เฟสแรก ได้แก่
เหล็กและเหล็กกล้า
ซีเมนต์
ปุ๋ย
อะลูมิเนียม
ไฮโดรเจน
ไฟฟ้า
อย่างไรก็ดี แม้ว่า SME ของคุณจะไม่ได้ผลิตสินค้าเหล่านี้โดยตรง แต่ถ้าคุณอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของลูกค้ารายใหญ่ที่เกี่ยวข้อง ก็ย่อมได้รับผลกระทบจาก CBAM เช่นกัน
เจาะลึกผลกระทบ CBAM ทางอ้อม ทำไมลูกค้ารายใหญ่ถึงต้องกดดันคุณ?
ผู้ประกอบการจำนวนมากคิดว่า ถ้าไม่ได้ส่งออกยุโรปก็ไม่เกี่ยวกับ CBAM แต่ในความเป็นจริง CBAM คือมาตรการที่ส่งผลแบบ Chain Reaction หรือผลกระทบแบบลูกโซ่ที่เกิดขึ้นไปทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน ดังนี้
ลูกค้ารายใหญ่ต้องรายงาน Scope 3 Emissions
Scope 3 คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากคู่ค้าทั้งหมด ตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในหลายอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ อาหาร พลาสติก เคมีภัณฑ์ ขนส่ง ก่อสร้าง ฯลฯ
ดังนั้น ลูกค้ารายใหญ่จึงต้องมีข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้จาก SME เพื่อประกอบการยื่นรายงาน CBAM ต่อ EU ซึ่งไม่ใช่ความสมัครใจ แต่เป็นกฎบังคับ
ความเสี่ยงที่ SME จะถูกแทนที่ หากให้ข้อมูล Carbon Footprint ไม่ได้
นี่คือผลกระทบ CBAM ที่ SME ส่วนใหญ่มองข้ามมากที่สุด หากคุณส่งมอบสินค้าได้ดี ราคาดี แต่ไม่มีข้อมูล Carbon Footprint ลูกค้าก็จะมองว่าคุณเป็นความเสี่ยงต่อการยื่นรายงาน ซึ่งผลที่อาจเกิดขึ้นตามมา คือ
ลูกค้าหาผู้ผลิตรายใหม่ที่วัดคาร์บอนให้ได้
ลูกค้าเลือกซัปพลายเออร์ในประเทศที่มีมาตรฐานชัดเจนกว่า
ลูกค้าปรับ Tier Supplier และลดบทบาทของ SME ที่ไม่พร้อม
SME ถูกลดงานแบบไม่เป็นทางการ และไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง
โอกาสสำหรับ SME ที่พร้อมก่อน
ในอีกมุมหนึ่ง SME ที่ขยับก่อนจะได้แต้มต่อทันที เพราะสำหรับยุคนี้ ข้อมูลคือเกณฑ์ในการคัดเลือกซัปพลายเออร์ ดังนั้น SME ที่มีข้อมูลคาร์บอนจึงจะถูกจัดอยู่ใน Tier ที่สูงกว่า
ได้รับการเลือกให้เป็นซัปพลายเออร์ระยะยาว
มีโอกาสร่วมงานกับลูกค้ารายใหญ่และต่างประเทศ
เสริมภาพลักษณ์ด้าน ESG
เพิ่มมูลค่าสินค้าเพราะมีข้อมูลโปร่งใส
มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นในสายตานักลงทุนและคู่ค้า
4 ขั้นตอนเตรียมพร้อมรับมือแรงกดดัน CBAM
เมื่อแรงกดดันด้านข้อมูลคาร์บอนเริ่มกระจายจากผู้ส่งออกสู่ผู้ผลิตรายย่อยในซัปพลายเชน SME จำเป็นต้องมีแนวทางเพื่อจัดระเบียบข้อมูล วัดผล และสื่อสารกับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
และนี่คือ 4 ขั้นตอนเชิงกลยุทธ์ที่ SME สามารถเริ่มทำได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีทีม Sustainability หรือเครื่องมือด้านสิ่งแวดล้อมระดับองค์กร
ขั้นตอนที่ 1: ทำความเข้าใจว่าลูกค้ารายใหญ่ของคุณต้องการข้อมูลอะไร
การเริ่มต้นที่ถูกต้อง คือการทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า เพราะข้อมูลที่ลูกค้าต้องใช้ส่งไปยัง EU จะเป็นตัวกำหนดว่าคุณต้องเตรียมอะไรบ้าง โดยปกติแล้ว ลูกค้ารายใหญ่จะต้องการข้อมูลด้านพลังงาน วัตถุดิบ การขนส่ง หรือข้อมูลเบื้องต้นของกระบวนการผลิต ซึ่ง SME หลายรายมักมีข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยจัดเก็บอย่างเป็นระบบ
ฉะนั้น การพูดคุยกับลูกค้าจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เช่น สอบถามว่าต้องการข้อมูลในรูปแบบใด ระดับความละเอียดแค่ไหน และมีเดดไลน์เมื่อใด ช่วยให้ SME วางแผนได้อย่างถูกต้อง และลดความเสี่ยงที่จะส่งข้อมูลล่าช้า ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่อาจทำให้ลูกค้าหันไปใช้ซัปพลายเออร์เจ้าอื่นที่พร้อมกว่าได้
ขั้นตอนที่ 2: เริ่มต้นวัดผลด้วยการคำนวณ Carbon Footprint เบื้องต้น
ทันทีที่รู้ว่าลูกค้าต้องการข้อมูลอะไร ขั้นตอนต่อไปคือการเริ่มวัดผล Carbon Footprint จากข้อมูลพื้นฐานของโรงงาน โดย SME สามารถเริ่มจากการรวบรวมข้อมูลที่มีอยู่แล้ว เช่น บิลค่าไฟ ค่าน้ำมันรถขนส่ง ปริมาณวัตถุดิบ และข้อมูลของเสียจากการผลิต ซึ่งเป็นข้อมูลที่นำไปใช้คำนวณเบื้องต้นได้ทันที
เครื่องมือที่เหมาะสำหรับ SME ได้แก่ เครื่องมือประเมิน Carbon Footprint จาก อบก. (TGO) ซึ่งเป็นมาตรฐานกลางของไทยและได้รับการยอมรับจากลูกค้ารายใหญ่ รวมถึงแพลตฟอร์มที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานระดับสากล เช่น Sphera หรือ OneClick LCA ช่วยให้ SME เริ่มต้นได้ง่ายและสร้างฐานข้อมูลคาร์บอนที่สามารถอัปเดตได้ทุกปี ทำให้ต่อไปการรายงานง่ายขึ้น
ขั้นตอนที่ 3: หาจุดที่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้
เมื่อมีตัวเลขคาร์บอนเบื้องต้นแล้ว ขั้นตอนสำคัญคือการวิเคราะห์ว่ากระบวนการใดปล่อยคาร์บอนมากที่สุด และมีจุดใดที่สามารถปรับปรุงได้ทันทีแบบใช้ต้นทุนน้อย ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่ ๆ อย่างการเปลี่ยนเครื่องจักรทั้งโรงงาน แต่สามารถเริ่มจากการปรับจุดเล็ก ๆ ที่ให้ผลรวดเร็ว เช่น การเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED การลดรอบการขนส่งโดยจัดเส้นทางให้คุ้มค่า หรือดูแลบำรุงรักษาเครื่องจักรเพื่อให้กินไฟน้อยลง
นอกจากนี้ หลายธุรกิจพบว่า การลดคาร์บอนยังช่วยลดต้นทุนได้ในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟหรือค่าขนส่ง รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การมีแผนลดคาร์บอนที่จับต้องได้จึงไม่ใช่เพียงเพื่อตอบโจทย์ CBAM แต่เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของ SME เองด้วย
ขั้นตอนที่ 4: สื่อสารอย่างโปร่งใส และเตรียมข้อมูลให้พร้อมส่งต่อ
เมื่อรวบรวมข้อมูลคาร์บอนและวางแผนลดแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการจัดทำข้อมูลในรูปแบบที่ลูกค้าต้องการ โดยควรสื่อสารกับลูกค้าอย่างโปร่งใส เพราะลูกค้าต้องใช้ข้อมูลจาก SME ในรายงาน CBAM ซึ่งจำเป็นต้องชัดเจน ตรวจสอบได้ และอัปเดตตามรอบปีที่กำหนด
SME สามารถจัดทำ One-Page Fact Sheet ด้วย Canva หรือ PowerPoint ที่ประกอบด้วยตัวเลขคาร์บอนจากการคำนวณ ผลการลดคาร์บอนที่ทำได้ และแผนการลดในอนาคต พร้อมอ้างอิงเครื่องมือที่ใช้ เช่น เครื่องมือประเมินจาก TGO เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำไปประกอบรายงานได้ทันที และยังทำให้ SME ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นแม้จะเป็นโรงงานขนาดเล็ก
Case Study: SME ไทยที่ปรับตัวรับแรงกดดันได้สำเร็จ
ในช่วงที่กฎ CBAM และมาตรฐานความยั่งยืนเริ่มสร้างแรงกดดันแบบไหลย้อนกลับ จากผู้ผลิตรายใหญ่สู่ SME ในห่วงโซ่อุปทาน จึงเกิดคำถามสำคัญว่า SME ไทยจะรับมืออย่างไรให้ธุรกิจไม่สะดุด?
กรณีศึกษาต่อไปนี้แสดงให้เห็นว่า แม้ไม่ใช่ผู้ส่งออกโดยตรง แต่ SME ที่ปรับตัวเร็วและลงทุนในความสามารถด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และความยั่งยืน ก็สามารถเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นแต้มต่อทางธุรกิจ จนยืนหยัดในฐานะซัปพลายเชนระดับโลกได้สำเร็จ
กรณีศึกษา บริษัท ไทย ออโต้ ทูลส์ แอนด์ ดาย จำกัด (TAT)
ไทย ออโต้ ทูลส์ แอนด์ ดาย เติบโตจากการผลิตแม่พิมพ์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่ต้องใช้ความละเอียดสูง ซึ่งผู้ประกอบการไทยไม่สามารถทำได้ในอดีต บริษัทพัฒนาความเชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นผู้ผลิตระดับแถวหน้าที่ค่ายรถญี่ปุ่นและยุโรปให้ความเชื่อถือ และสามารถยกระดับคุณภาพให้เทียบเท่ามาตรฐานผู้ผลิตในญี่ปุ่นได้อย่างจริงจัง ทั้งจากความพร้อมด้านเทคโนโลยี เครื่องจักรขั้นสูง และบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมเข้มข้นทั้งในไทยและต่างประเทศ
จุดสำคัญที่เชื่อมโยงกับ CBAM คือ “การสร้างความน่าเชื่อถือในฐานะ Tier Supplier” เพราะถึงแม้ทางบริษัทจะไม่ได้ส่งออกเอง แต่การที่ลูกค้ารายใหญ่ต้องรักษามาตรฐานการผลิตและความยั่งยืนตามหลักสากล ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องมีระบบการจัดการคุณภาพ สิ่งแวดล้อม และการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด เช่น การรับรอง ISO 14001 ที่ไทย ออโต้ ทูลส์ แอนด์ ดายได้รับ ซึ่งช่วยค้ำประกันว่ากระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และพร้อมรองรับข้อกำหนดสิ่งแวดล้อมของลูกค้ารายใหญ่ในระยะยาว
อ่านเรื่องราวของ ไทย ออโต้ ทูลส์ แอนด์ ดาย เพิ่มเติมได้ที่ https://www.bangkokbanksme.com/en/thai-auto-tools-guru-to-supply-chain
กรณีศึกษา บริษัท เอ. เบสท์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (A.Best Inter Group)
เอ. เบสท์ อินเตอร์ กรุ๊ป เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของ SME ไทยที่ “พลิกวิกฤตเป็นโอกาส” ด้วยการนำแนวคิด Circular Economy มาเป็นกลยุทธ์หลักขององค์กร ไม่เพียงปรับปรุงการผลิตให้ทันสมัย แต่ลงทุนเชิงรุกเพื่อลดของเสียและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด ผ่านเทคนิคและนวัตกรรมหลากหลาย เช่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบ Mono Material เพื่อให้ง่ายต่อการรีไซเคิล การใช้ PCR Plastic จากวัสดุรีไซเคิลที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน และการออกแบบ Refill Packaging เพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกในระยะยาว
ในบริบทของ CBAM การที่เอ. เบสท์ อินเตอร์ กรุ๊ปสามารถคำนวณ Carbon Footprint ระดับผลิตภัณฑ์ พร้อมจัดทำข้อมูลการปล่อยคาร์บอนตลอดวัฏจักรชีวิตของบรรจุภัณฑ์ได้อย่างเป็นระบบ ทำให้บริษัทกลายเป็น “พันธมิตรด้านความยั่งยืน” ที่ลูกค้ารายใหญ่ไว้วางใจทันที โดยเฉพาะแบรนด์ที่ต้องส่งออกไปยุโรปและถูกกดดันให้เลือกซัปพลายเออร์ที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและตอบโจทย์ความยั่งยืนในเชิงรูปธรรม ความพร้อมนี้จึงทำให้เอ. เบสท์ อินเตอร์ กรุ๊ปไม่เพียงรักษาลูกค้าเดิมได้ แต่ยังขยายเข้าสู่โปรเจกต์ใหม่ที่ต้องการโซลูชันที่ยั่งยืนกว่า ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในยุค CBAM
อ่านกลยุทธ์ Circular Economy ของ เอ. เบสท์ อินเตอร์ กรุ๊ป เพิ่มเติมได้ที่ https://www.bangkokbanksme.com/en/sme-in-focus-circular-economy
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับมาตรการ CBAM ใน SME
การคำนวณ Carbon Footprint ยากและแพงหรือไม่สำหรับ SME?
การคำนวณ Carbon Footprint ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนหรือมีต้นทุนสูง เพราะ SME สามารถเริ่มเก็บข้อมูลพื้นฐาน เช่น พลังงาน วัตถุดิบ การขนส่ง แล้วนำไปคำนวณด้วยเครื่องมือมาตรฐานที่มีอยู่บนโลกออนไลน์ได้เลย
มีหน่วยงานไหนในไทยที่ให้คำปรึกษาหรือสนับสนุนเรื่องนี้บ้าง?
หน่วยงานรัฐอย่าง อบก. และ สสว. รวมถึงมหาวิทยาลัยและศูนย์วิจัยหลายแห่ง มีบริการอบรม ให้คำปรึกษา และสนับสนุนการคำนวณคาร์บอนสำหรับ SME ในราคาที่เข้าถึงได้หรือบางส่วนให้ฟรี
ถ้ายังไม่พร้อมให้ข้อมูล Carbon Footprint ควรทำอย่างไร?
สิ่งสำคัญคือการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมากับลูกค้า ว่ากำลังเริ่มกระบวนการเก็บข้อมูลและมีแผนดำเนินงานชัดเจน พร้อมส่งข้อมูลเบื้องต้นก่อนเพื่อแสดงความตั้งใจและความร่วมมืออย่างจริงจัง
บทสรุป: CBAM ไม่ใช่แค่ความเสี่ยง แต่คือสัญญาณให้ SME ปรับตัว
CBAM คือกติกาใหม่ที่กำลังเปลี่ยนทิศทางของการค้าโลก และทำให้ทุกบริษัท ไม่ว่าจะส่งออกเองหรืออยู่เพียงช่วงกลางของซัปพลายเชน ต้องเผชิญกับความคาดหวังเรื่องข้อมูลคาร์บอนจากลูกค้ารายใหญ่ที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ EU อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในวันนี้ ตลาดเริ่มให้ความสำคัญกับ “ข้อมูลคาร์บอน” พอ ๆ กับ “ราคา” เพราะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้า ส่งผลให้ SME ที่ไม่มีข้อมูลพร้อม มักถูกมองว่าเป็นจุดอ่อนในห่วงโซ่อุปทานและอาจถูกแทนที่โดยคู่แข่งที่จัดการข้อมูลได้ดีกว่า ในทางกลับกัน SME ที่เตรียมตัวก่อน จะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือ รักษาลูกค้ารายสำคัญ และเปิดโอกาสใหม่ ๆ ได้มากกว่า ทั้งในด้านยอดขาย การขยายตลาด และการเป็นพาร์ตเนอร์ระยะยาวกับบริษัทระดับสากล
ข้อมูลอ้างอิง
‘ไทย ออโต ทูลส์’ จากผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ยกระดับผู้ประกอบการไทยใน Supply Chain ยานยนต์. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 จาก https://www.bangkokbanksme.com/en/thai-auto-tools-guru-to-supply-chain.
แนวคิด Circular Economy: ปรับตัว ต่อยอด เพิ่มโอกาสธุรกิจด้วยบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 จาก https://www.bangkokbanksme.com/en/sme-in-focus-circular-economy.
CBAM Information per Sector. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 จาก https://taxation-customs.ec.europa.eu/carbon-border-adjustment-mechanism/cbam-information-sector_en.
Carbon Border Adjustment Mechanism. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 จาก https://taxation-customs.ec.europa.eu/carbon-border-adjustment-mechanism_en.
EU Carbon Border Adjustment Mechanism: What is it, how does it work and what are the effects?. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 จาก https://www.oecd.org/en/blogs/2025/03/eu-carbon-border-adjustment-mechanism-what-is-it-how-does-it-work-and-what-are-the-effects.html.
CBAM: A guide to Carbon Border Adjustment Mechanism. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 จาก https://oneclicklca.com/en/resources/articles/cbam-a-guide-to-carbon-border-adjustment-mechanism.