Taj Mahal จากตำนานรัก สู่สถาปัตยกรรมอันเป็นนิรันดร์

หากพูดถึงสถาปัตยกรรมที่เป็นต้นแบบของความโรแมนติกแล้ว แน่นอนว่าหลายๆ คงต้องยกให้ ‘ทัชมาฮาล (Taj Mahal)’ เป็นอันดับแรกๆ เลยใช่ไหมคะ

Taj Mahal จากตำนานรัก สู่สถาปัตยกรรมอันเป็นนิรันดร์

เพราะสถานที่แห่งนี้ คือสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่งดงามและยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศอินเดีย ที่แสดงทั้งพลังอำนาจของผู้สร้างและพลังความรักของกษัตริย์พระองค์หนึ่ง เท่าที่พระองค์จะแสดงออกมาได้ เพื่อพระมเหสีผู้เป็นที่รักยิ่งในดวงใจ

ทัชมาฮาล คือสุสานหินอ่อนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ในเมืองอัครา ประเทศอินเดีย เป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ถูกสร้างขึ้นโดย เจ้าชายขุร์รัม ซึ่งในต่อมาได้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์โมกุล มีพระนามว่า ‘พระเจ้าชาห์ จาฮาน’ โดยทัชมาฮาลนี้ ใช้เวลาก่อสร้าง รวมถึงประดับตกแต่งทั้งภายนอกและภายในนานถึง 22 ปี (ค.ศ.1632-1654)

ตามตำนานกล่าวว่า หลังพระเจ้าชาห์ จาฮาน เสด็จขึ้นครองราชบัลลังก์ และแต่งตั้งให้ อรชุมันท์ พานุเพคุม ธิดาของรัฐมนตรี เป็นพระมเหสี ‘มุมตัซ มาฮาล’ (Mumtaz Mahal) อันมีความหมายว่า ‘อัญมณีแห่งราชวัง’ ทั้งสองพระองค์ทรงรักใคร่ ไม่เคยแยกจากกัน จนกระทั่งผ่านไป 18 ปี พระมเหสีมุมตัซ มาฮาลได้สิ้นพระชนม์ลงหลังให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้แก่พระเจ้าชาห์ จาฮานเป็นอย่างยิ่ง วันเวลาผ่านไป 2 ปี พระองค์จึงโปรดให้สร้าง ทัชมาฮาล นี้ขึ้น เพื่อให้เป็นสถานที่ที่นางอันเป็นที่รักได้หลับใหล และเพื่อเป็นตัวแทนพระนาง ยามได้มองสถานที่แห่งนี้

ก่อนที่พระนางจะจากไป พระมเหสีมุมตัซ มาฮาลได้กล่าวกับพระเจ้าชาห์ จาฮานว่า “ขอให้พระองค์สร้างอนุสาวรีย์ที่ฝังศพของเธอให้โลกพิศวงด้วยเถิด” และนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้น อันก่อให้เกิดสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงามแห่งนี้ขึ้น โดยทัชมาฮาลนี้ สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ และเพชรนิลจินดาจากประเทศอันเป็นมิตร โครงสร้างสถาปัตยกรรมเป็นแนวอินเดียแบบราชวงศ์โมกุลผสมกับมุสลิมอาหรับเปอร์เซีย ที่น่าตื่นตกใจคือ หลังการสร้างสถาปัตยกรรมแห่งนี้เสร็จสิ้น ด้วยพระเจ้าชาห์ จาฮานไม่ปรารถนาให้ช่างฝีมือและคนงานที่สร้างทัชมาฮาลนี้ ไปสร้างสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ที่อาจงดงามกว่าทัชมาฮาล จึงมีรับสั่งให้ประหารชีวิตสถาปนิกและคนงานกว่าสองหมื่นคนให้มีผลงานสิ้นสุดอยู่เพียงแค่ทัชมาฮาล

ด้วยโดมขนาดใหญ่ทรงดอกบัวตูมหรือทรงหัวหอม (Onion Dome) ที่อยู่ตรงกลาง อาคารขนาบข้างทั้งสองฝั่งที่เรียกว่าหออะซาน หรือ มินาเรต ที่ใช้สำหรับแจ้งเวลาทำนมาซ ลานน้ำพุ ลานอุทยาน เส้นถนน และสิ่งประดับตกแต่งต่างๆ ภายในอาณาเขตของทัชมาฮาล ที่มีความสมดุลกันอย่างที่สุด จึงทำให้สถาปนิกทั่วโลก ต่างให้การยอมรับว่า ทัชมาฮาลนี้ เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่งดงาม สัดส่วนสมดุลและสมมาตรอย่างที่สุด

อย่างไรก็ตาม หลังพระเจ้าชาห์ จาฮานได้สูญเสียนางผู้เป็นที่รักไป และทุ่มเทไปกับการสร้างทัชมาฮาลแห่งนี้ ทำให้ประเทศต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายไปหลายสิบล้านรูปี พระโอรสออรังเซบ หนึ่งในพระโอรสของพระเจ้าชาห์ จาฮาน จึงได้ชิงบัลลังก์ และจับพระเจ้าชาห์ จาฮานขังคุกไว้จนพระองค์สิ้นใจ มีการกล่าวว่าก่อนที่พระองค์จะสิ้นใจนั้น พระองค์ยังคงถือกระจกบานเล็ก เพื่อส่องมองมายังทัชมาฮาลแห่งนี้จนหมดลมหายใจ พระศพของพระเจ้าชาห์ จาฮานถูกนำมาประดิษฐานในทัชมาฮาลเคียงข้างกันกับพระศพพระมเหสีมุมตัซ มาฮาล ในอุโมงค์ใต้ดินตรงกับที่วางหีบศพในทัชมาฮาลปัจจุบัน

นับเป็นเรื่องราวที่ลึกซึ้งชวนฝัน แต่ก็เต็มไปด้วยเบื้องหลังอันทารุณ ที่กว่าจะได้ทัชมาฮาลแห่งนี้มา ต้องสูญเสียมากมาย ทั้งเงิน แรงงาน และชีวิต หากเพื่อนๆ มีโอกาสได้ไปประเทศอินเดีย ลองมาที่ทัชมาฮาลนะคะ แล้วจะรับรู้ถึงพลังแห่งความรักและพลังอันพิศวงจากที่แห่งนี้ ที่จะตราตรึงใจผู้เที่ยวชมตลอดกาลสมดั่งความตั้งใจของพระมเหสีมุมตัซ มาฮาล

แสดงความคิดเห็น