“บังกลาเทศ” ประตูการค้าสู่เอเชียใต้

SME Go Inter
27/11/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 1064 คน
“บังกลาเทศ” ประตูการค้าสู่เอเชียใต้
banner

แม้ว่าจะประสบปัญหาการขาดเสถียรภาพทางการเมือง การขาดแคลนสาธารณูปโภคพื้นฐาน การคอร์รัปชั่น และความล่าช้าในการปฏิรูปเศรษฐกิจ แต่  "บังกลาเทศ" ประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ที่จัดอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (Least Developed Countries: LDCs) มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) สูงเกินกว่า 7% ต่อเนื่องนาน 10 ปี โดยล่าสุดในปีที่ผ่านมา 2561 จีดีพี โต 7.34% ปีนี้คาดว่าจะเติบโต 7.09%

ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้หลักของบังคลาเทศมาจากภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปรวมกว่าร้อยละ 80 ที่เหลือมาจากภาคบริการและแรงงานในต่างประเทศร้อยละ 20

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


ในปี 2563 ประมาณว่าจะยังคงเติบโตถึง 7.0% และคาดหวังว่าจะยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจสู่ประเทศระดับ "Middle Income" ตามวิสัยทัศน์ 2021 (2564) ที่มุ่งเน้นการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจเพื่อเพิ่ม GDP เป็นร้อยละ 10 ลดอัตราความยากจน (ลดจำนวนประชากรที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนให้ได้ร้อยละ 15 ของประชากรทั้งหมด) และพัฒนาระบบสาธารณูปโภค รวมทั้งยกระดับจากการเป็นประเทศกำลังพัฒนา

ในแง่การลงทุน บังกลาเทศ ถือเป็นแหล่งดึงดูดความสนใจของนักลงทุนมากพอสมควร ด้วยเหตุที่มีประชากรสูงถึง 164 ล้านคน หรือประมาณอันดับที่ 8 ของโลก ถือเป็นทั้งตลาดบริโภค และตลาดแรงงานของนักลงทุน  และมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติอยู่มาก เช่น ก๊าซธรรมชาติ ป่าไม้ ถ่านหิน และทรัพยากรทางทะเล

ขณะเดียวกันการลงทุนในบังคลาเทศเพื่อผลิตและส่งออกยังได้รับสิทธิประโยชน์  อย่างสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือ GSP จาก 47 ประเทศทั่วโลก และบังกลาเทศถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ในฐานะเป็นประตูการค้าสู่ประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียใต้ เช่น อินเดีย ปากีสถาน รวมทั้งประเทศตะวันออกกลางและประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (Organization of Islamic Cooperation: OIC) กว่า 57 ประเทศ

ที่ผ่านมามีนักลงทุนไทยเข้าไปลงทุนในบังคลาเทศกว่า 100 โครงการ เช่น อิตาเลียนไทย สยามแก๊สแอนด์ปิโตรเคมิคอล ไทยเพรซิเด้นท์ฟู้ดส์ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เครือซีพี เอสซีจี  เป็นต้น  โดยสาขาหลักที่ลงทุนเน้นผลิตอาหารสัตว์ ก่อสร้าง และธุรกิจบริการ

ในด้านการค้าในปี 2561 มีมูลค่าการค้าระหว่างกันรวม 1,259.45 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นคู่ค้าอันดับ 39 ในตลาดโลก โดยไทยส่งออกไปบังกลาเทศ.1,200.21 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าจากบังกลาเทศ 59.24 ล้านเหรียญสหรัฐ  สำหรับในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 (ม.ค.- ก.ย.) มูลค่าการค้ารวมของ 2 ประเทศ อยู่ที่ 810.07  ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการส่งออกจากไทยไปบังกลาเทศ 744.644 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นการนำเข้าจากบังกลาเทศ 65.40 ล้านเหรียญสหรัฐ


อย่างไรก็ตาม จากวิสัยทัศน์ดังกล่าว ทำให้บังกลาเทศเร่งแสวงหาตลาดการค้า ขยายฐานการผลิต และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ  โดยการลดข้อจำกัดการถือหุ้นของต่างชาติ รวมทั้งมุ่งกระชับความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นจีนหรืออาเซียน  จึงมีหลายๆ ประเทศเริ่มทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับบังกลาเทศแล้ว เช่น จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมถึงประเทศไทย ก็อยู่ระหว่างพิจารณาจะทำเอฟทีเอกับบังคลาเทศ

ปัจจุบันไทยมีความตกลงกับประเทศในเอเชียใต้เพียงแค่กับอินเดีย ซึ่งเปิดตลาดสินค้าให้ไทยน้อยมากเพียง 83 รายการ และความตกลงเอฟทีเอไทย-BIMSTEC ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 7 ประเทศ มีบังคลาเทศอยู่ในกลุ่มนี้ร่วมกับ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา และไทย แต่ก็ยังไม่คืบหน้ามากนัก 

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์​ ได้ศึกษาศึกษา วิเคราะห์ประโยชน์ และผลกระทบจากการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับบังกลาเทศพบว่า ความตกลงนี้จะช่วยให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.068 การลงทุนจากต่างชาติในไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.076 และการส่งออกของไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.061 ซึ่งจะให้ประโยชน์กับสินค้าเกษตร อาทิ ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ นม พืช ผักและผลไม้ และสินค้าอุตสาหกรรม อาทิ เครื่องจักรกล เครื่องจักรกลไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ และเหล็ก สำหรับภาคบริการที่ไทยจะได้ประโยชน์ เช่น การท่องเที่ยว และโทรคมนาคม


ทั้งนี้ สองฝ่ายมองถึงโอกาสที่จะขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันมากขึ้น จากเคยตั้งเป้าหมายร่วมกันว่าจะผลักดันการเพิ่มมูลค่าการค้าให้ได้ถึง 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2564 หรืออีก 2 ปีข้างหน้า หากเอฟทีเอเริ่มต้นได้ก็จะทำให้การเดินทางสู่เป้าหมายดังกล่าวมีความหวังมากยิ่งขึ้น 

 

ส่องอุตสาหกรรมยุบเรือและต่อเรือในบังกลาเทศ 

ถึงเวลาที่ไทยควรมองอินเดียเป็นโอกาสและตลาดใหม่


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
230017 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
80354 | 12/06/2019
พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย SME Go Inter

พิษสงครามการค้า ‘เหล็กจีน’ ทุบผู้ผลิตไทย

นับเป็นเวลาหลายปีที่มีการพูดถึงกระแสเหล็กจีนไหลบ่าเข้ามาในตลาดอาเซียน แต่ดูปัญหาดังกล่าวจะรุนแรงขึ้นอีกจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่ง...
33262 | 21/01/2020
banner
banner