เจาะตลาดสินค้าออร์แกนิคในสหรัฐฯ

SME Go Inter
31/10/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 504 คน
เจาะตลาดสินค้าออร์แกนิคในสหรัฐฯ
banner

อาหารออร์เเกนิค (Organic Food) ในสหรัฐฯ เป็นตลาดที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นตลาดที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง สมาคมการค้าสินค้าออร์แกนิค (Organic Trade Association) ได้รายงานว่า ในปี 2561 ยอดจำหน่ายสินค้าออร์แกนิคมีมูลค่ารวม 52.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ถึง 6.3% และยอดขายได้เพิ่มขึ้นทุกปีตั้งเเต่ปี 2543 ที่กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ (U.S. Department of Agriculture: USDA) ได้เริ่มออกมาตราฐานการผลิตอาหารออร์เเกนิค

จากผลสำรวจของสมาคมการค้าสินค้าออร์แกนิคเกี่ยวกับพฤติกรรมและทัศนคติของชาวอเมริกันต่อการบริโภคสินค้าออร์แกนิค ในปี 2560 ยังพบว่า กลุ่มลูกค้าหลักของสินค้าออร์แกนิคคือกลุ่มวัยรุ่นในศตวรรษที่ 21 หรือกลุ่มผู้บริโภคมิลเลียนเนียล (Millennials) และในการสำรวจเดียวกันยังพบความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคสินค้าออร์แกนิคกับการเลี้ยงดูบุตรที่พ่อแม่สมัยใหม่นั้นนิยมเลือกสินค้าที่ปลอดการใช้สารเคมี ฮอร์โมน หรือยาฎิชีวนะ ให้กับลูกและครอบครัว 

โดยกลุ่มมิลเลียนเนียลกำลังจะเป็นกลุ่มที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในสหรัฐฯ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และในอีก10-15 ปีข้างหน้า 80% ของกลุ่มมิลเลียนเนียลเป็นพ่อหรือแม่ นั้นหมายความว่าตลาดสินค้าออร์แกนิคอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงและจะเติบโตอย่างมาก

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 


ทั้งนี้ ผู้บริโภคชาวอเมริกันเชื่อถือในสินค้าที่มีตราสัญลักษณ์ USDA Organic เพราะคือตราที่บอกว่าสินค้าผ่านการรับรองจากหน่วยงานของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ และเป็นตราสัญลักษณ์เดียวที่บ่งบอกว่าสินค้านั้นไม่มีการดัดแปลงพันธุกรรม (non-GMO) ไม่มียาฆ่าแมลง การย้อมสี หรือการใช้สารกันบูด

จากผลสำรวจผู้บริโภค 39% ของชาวอเมริกันกล่าวว่า อาหารที่ทานในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นอาหารออร์เเกนิค ในขณะที่ 61% ระบุว่าทานอาหารออร์เเกนิคบ้างเป็นบางครั้ง ในรายงานจาก Pew Research Center ระบุว่าผู้บริโภคอาหารออร์เเกนิคส่วนใหญ่จะเป็นผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูงขึ้นไป เนื่องจากชาวอเมริกันหันมาใส่ใจด้านอาหารการกินโดยเฉพาะอาหารที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีใด ๆทั้งสิ้น นักธุรกิจเเละนักลงทุนจึงหันมาทำธุรกิจเชิงอาหารเพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น

โดย 6 % ของอาหารที่ขายทั้งหมดในสหรัฐฯ เป็นอาหารออร์แกนิค ตลาดสินค้าอาหารออร์แกนิคที่มีมูลค่าสูงสุด คือผักและผลไม้ มีมูลค่า 17.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2561 รองลงมาคือนมและผลิตภัณฑ์จากนม  นอกจากนี้ ในด้านเครื่องดื่มออร์แกนิค อย่างเช่น น้ำผลไม้สด นมอัลมอนด์ นมถั่วเหลือง นมมะพร้าว นมข้าว และนมที่ไม่ได้มาจากสัตว์ ก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ผลสำรวจของสมาคมการค้าสินค้าออร์แกนิค ยังระบุว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอาหารเด็กแรกเกิดและอาหารเด็กว่าจะต้องซื้อที่เป็นสินค้าออร์แกนิค และยังมองว่ามีความสำคัญมากกว่าการซื้อผักและผลไม้ที่เป็นออร์แกนิคอีกด้วย

สำหรับสินค้าออร์แกนิคจะเข้าตลาดสหรัฐฯ ต้องได้มาตรฐาน USDA organic เท่านั้น  ตามมกฎของ USDA ต้องทำการขอใบรับรองจากผู้ที่สามารถออกใบรับรองให้ได้ตามกฎหมาย  (Certifying agent) เพื่อให้สามารถปิดฉลากอย่างถูกกฎหมายว่าเป็นสินค้าออร์แกนิคได้ โดยการขอประกาศนียบัตรรับรองสินค้าออร์แกนิคตามมาตรฐาน USDA สามารถทำได้ 2 วิธีการ ดังนี้

 

1.  การขอมาตรฐานของ USDA

ผู้ประกอบการจะต้องขอใบรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับการอนุญาตอย่างเป็นทางการจาก USDA ให้เป็นตัวแทนในการตรวจสอบและออกใบรับรองตามมาตรฐานของ USDA  ซึ่งหน่วยงานที่สามารถให้การตรวจสอบรับรองสินค้าจากไทย ณ ปัจจุบัน ได้แก่

หน่วยตรวจรับรองที่อยู่ในประเทศไทย

BAC (BioAgriCert)

CERES (Certification of Environmental Standards)

CUC (Control Union Certifications)

OMIC (Overseas Merchandise Inspection Co.,Ltd)

 

หน่วยตรวจรับรองจากต่างประเทศที่สามารถดำเนินการในประเทศไทย

ACO (Australian Certified Organic)

ECO (Ecocert Cert S.A.) / IMO (Institutee for Marketecology)

ONE (OneCert, Inc.)

BCS (Kiwa BCS Oko-Garantie GmbH)

 

2.  การขอตามมาตรฐานระดับนานาชาติ

USDA ได้ทำข้อตกลงความเทียบเท่าด้านอินทรีย์ (Organic equivalency) ไว้กับบางประเทศ เพื่อเป็นการช่วยเพิ่มการเข้าถึงตลาดสินค้าออร์แกนิคทั่วโลก โดยในข้อตกลงระบุไว้ว่า สินค้าออร์แกนิคที่ได้รับการรับรองจากประเทศหนึ่งสามารถนำไปขายในอีกประเทศหนึ่งในฐานะสินค้าออร์แกนิคได้เช่นกัน ในปัจจุบัน USDA รับรองความเทียบเท่าด้านออร์แกนิคกับของแคนาดา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสวิสเซอร์แลนด์

ไทยยังไม่ได้ทำข้อตกลงความเทียบเท่าด้านอินทรีย์กับสหรัฐฯ โดยตรง แต่สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท) ของไทยได้ทำข้อตกลงความเทียบเท่าด้านอินทรีย์กับแคนาดาเอาไว้ ผู้ประกอบการที่สนใจจะนำเข้าสินค้าสู่ตลาดออร์แกนิคสหรัฐฯ จึงสามารถใช้ช่องทางการได้รับการรับรองโดยแคนาดา เพื่อให้ได้การรับรองโดย USDA ของสหรัฐฯ โดยไม่ต้องมีการตรวจประเมินเพิ่ม ยกเว้นในกรณีของผลผลิตจากสัตว์เกษตรอินทรีย์ที่จะต้องมีการตรวจเรื่องการใช้ยาปฏิชีวนะเพิ่ม


กฎระเบียบการนำเข้าสินค้าออร์แกนิค

นอกเหนือจากตรามาตรฐาน USDA Organic แล้ว กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ บริหารจัดการสินค้าออร์แกนิคในตลาดสหรัฐฯ ภายใต้ National Organic Program (NOP) NOP กำหนดกฎระเบียบและมาตรฐานปฏิบัติสำหรับสินค้าออร์แกนิคที่ขายในสหรัฐฯ สินค้าที่จัดเป็นออร์แกนิคต้องเป็นสินค้าไม่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมหรือฆ่าเชื้อโรคโดยการฉายรังสี หากเป็นพืชผักก็ต้องปลูกด้วยดินที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยมูลสัตว์ เนื้อสัตว์และไข่ต้องมาจากสัตว์ที่ไม่ใช้ฮอร์โมนช่วยในการเติบโตและไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ยกเว้นการให้อาหารเสริมประเภทวิตามินหรือแร่ธาตุ รวมทั้งต้องได้รับการเลี้ยงดูด้วยอาหารสัตว์ที่เป็นออร์แกนิคด้วย

นอกเหนือจากกฏระเบียบที่ NOP กำหนด การนำสินค้าออร์แกนิคประเภทต่าง ๆ เข้าไปขายในตลาดสหรัฐฯ ยังคงต้องปฏิบัติตามกฏที่เกี่ยวข้องที่หน่วยงานอื่นกำหนดไว้ควบคู่กัน อาทิเช่น ผู้ประกอบการจะต้องทำตามกฎระเบียบของ NOP ว่าด้วยเรื่องมาตรฐานการปิดฉลากสินค้าออร์แกนิค ควบคู่ไปกับระเบียบการทำฉลากหรือบอกส่วนประกอบสินค้าอาหารขององค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (U.S. Food and Drug Administration: USFDA) หรืออย่างเช่นการนำเข้าเครื่องสำอางออร์แกนิค ก็จะต้องมีกระบวนการผลิตที่เป็นออร์แกนิคตามกฏของ NOP ขณะที่ยังคงต้องสอดคล้องกับระเบียบของ USFDA ควบคู่กันไป

สำหรับผู้สนใจที่จะเปิดตลาดสินค้าออร์แกนิคในสหรัฐฯอเมริกา วิธีที่นิยมทำกันมากที่สุด คือการออกงานแสดงสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งสามารถพบปะตัวแทนหรือผู้นำเข้าโดยตรง

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดสินค้าออร์แกนิค กฎระเบียบสินค้าออร์แกนิค และการขอใบอนุญาต เพิ่มเติมได้ที่

https://www.thaitradeusa.com/home/wp-content/uploads/2018/03/TTCLA_MarketReport_Organic_Feb2018.pdf

อ้างอิง : สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส 


Vegan – มังสวิรัติ และ Flexitarian ความเหมือนที่แตกต่าง 

กระแสมังสวิรัติและโปรตีนทางเลือกในอเมริกาเหนือ


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก SME Go Inter

อีคอมเมิร์ซจีน ผู้นำนวัตกรรมของโลก

ในวงการค้าปลีกระดับโลก ก่อนหน้านี้เราคงจะจับคู่ระหว่าง Amazon กับ Walmart เปรียบเทียบหมัดต่อหมัดอยู่ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เทรนด์โลกเ...
229410 | 03/06/2019
แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู SME Go Inter

แมลง ‘โปรตีนทางเลือก’ โอกาสตลาดอียู

แมลงจำพวก ตั๊กแตน จิ้งหรีด หนอนไม้ไผ่ เป็นอาหารพื้นบ้านของคนชนบทมานาน แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา “แมลง” เริ่มกลายเป็นธุรกิจในรูปแบบของกิน อาทิ ทอด อบ อั...
78719 | 12/06/2019
Cross-Border e-Commerce ไปจีนต้องรู้อะไร SME Go Inter

Cross-Border e-Commerce ไปจีนต้องรู้อะไร

ยุคสมัยนี้ เป็นที่รู้กันว่า “นักช็อปปิ้งชาวจีน” จะให้น้ำหนักกับคำว่า “ของแท้” (Genuine Product Guarantee) อยู่เหนือปัจจัยด้านราคาและระยะเวลาขนส่งเวลา...
19734 | 02/07/2019
banner
banner