RCEP ความหวังไทย-อาเซียน ฟื้นเศรษฐกิจ

SME Update
21/12/2020
รับชมแล้วทั้งหมด 2146 คน
RCEP ความหวังไทย-อาเซียน ฟื้นเศรษฐกิจ
banner

ท่ามกลางวิกฤติโรคโควิด 19 ยังแพร่ระบาดทั่วโลก ต่างมองหาเห็นทางพยุงเอาตัวรอดจากเศรษฐกิจตกต่ำสุดขีดเนื่องจากติดต่อการทำกิจกรรมทางธุรกิจยากลำบากและอยู่ในวงขีดจำกัด การที่จะพลิกฟื้นให้เศรษฐกิจกลับมาเฟื่องฟูเหมือนเดิมจำเป็นอย่างยิ่งที่จะอาศัยการรวมกลุ่มกัน เพื่อจับมือเป็นพันธมิตรทางการค้าและหุ้นส่วนทางธุรกิจ ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางการค้าและเพิ่มโอกาสการลงทุนให้แก่คู่ค้าได้ ที่สำคัญจะผลักดันให้ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กสามารถพลิกฟื้น แล้วก้าวผ่านพ้นในช่วงที่แสนยากลำบากไปได้

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ประเทศไทยนับเป็น 1 ใน 15 ชาติที่ได้ลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership) หรือ RCEP ที่กลายเป็นเวทีการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 สำหรับประเทศพันธมิตร RCEP ดังกล่าว ประกอบด้วย  บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซียน ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์  โดยมีผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) รวมกันแล้วมูลค่าสูงถึง 91.98 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 30 % ของจีดีพีโลก

กว่า RCEP ผนึกเป็นรูปธรรมได้ต้องใช้เวลานานถึง 9 ปี หลังจากเสนอจัดตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2012 โดยมีจีนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคอยผลักดันชวนให้ประเทศต่างๆ เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วน โดยเฉพาะประเทศเล็กๆ ในกลุ่มอาเซียน ให้เป็นการพัฒนาต่อยอดจากแนวคิด ASEAN+3 และ ASEAN+6 ที่เป็นยุทธศาสตร์เดิมของอาเซียนที่ต้องการมีบทบาทในการเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนและต่อรองกลุ่มเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ขึ้นในภูมิภาค

โดยเป้าหมายของข้อตกลงครั้งนี้ เพื่อให้เกิดการขยายตัวทางการค้าการลงทุนในภูมิภาค และพัฒนาการแข่งขันเศรษฐกิจที่จะนำพาประเทศสมาชิกไปสู่โอกาสการจ้างงาน การค้าขาย การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยี ลักษณะเด่นของ RCEP คือ มีความยืดหยุ่นครอบคลุมและทันสมัยกว่าข้อตกลงการค้าเสรีเดิม โดย ครอบคลุมด้านการค้า กฎถิ่นกำเนิดสินค้า พิธีศุลกากรและการอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่มีกฎมาตรฐานเดียวกัน เมื่อเงื่อนไขต่างๆ ลดลงก็ทำให้การค้าคล่องตัว

 

ชาติสมาชิกหวังเปี่ยมล้นปลุกการค้าคึกคัก

ผลจากการลงนามความร่วมมือของกลุ่ม RCEP ครั้งนี้จะสร้างมูลค่าการค้าขายที่ใหญ่ที่สุดในโลก นำมาซึ่งอำนาจการต่อรองและความร่วมมือของสมาชิก ในการค้าขายสินค้าที่เป็นความต้องการของแต่ละประเทศ โดยแต่ละประเทศในกลุ่มต่างก็มีสินค้าที่มีความหลากหลายและสามารถค้าขายกันเองในกลุ่มได้ ทำให้เกิดสมดุลทางการค้าและการลงทุน คานอิทธิพลของชาติตะวันตกที่มีต่อประเทศสมาชิก โดยมีจีนที่เป็นชาติยักษ์ใหญ่คอยให้การสนับสนุนสร้างพันธมิตรและลดกำแพงภาษี

อย่างไรก็ตามประเทศที่ยังไม่เคยมี Free Trade Area ( FTA )หรือเขตการค้าเสรีร่วมกันมาก่อน จะได้ประโยชน์ทางด้านภาษีสูงสุด คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และ จีน ส่วนประเทศอาเซียนที่มีการทำ FTA ก่อนการตกลง RCEP แล้ว โดยภาพรวมก็ยังได้ประโยชน์ในการสร้างโอกาสความร่วมมือ และการถ่ายความรู้ทางด้านเทคโนโลยี ความร่วมมือต่างๆ นี้จะเป็นเครื่องจักรที่สำคัญขับเคลื่อนให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกมากขึ้น และขยายฐานเศรษฐกิจไปสู่ตลาดโลกได้เร็วขึ้น

ไทยได้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ไม่เพียงแต่ 15 ชาติที่ได้สิทธิประโยชน์จากความร่วมมือของกลุ่ม RCEP ประเทศไทยเองก็ได้ประโยชน์เพิ่มต่อยอดจากการได้สิทธิทางภาษีที่มูลค่าการส่งออกมากกว่าครึ่งหนึ่งอยู่แล้ว ด้วยลักษณะของภูมิศาสตร์ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์จะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย จากกิจกรรมการค้าที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งไทยมีความพร้อมในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการลงทุนของนานาชาติ นำมาซึ่งบทบาทของไทยในฐานะที่ไทยเป็นผู้ผลิตสินค้าที่สำคัญในห่วงโซ่อุปทาน สิ่งสำคัญคือเพิ่มทักษะผู้ประกอบการให้มีศักยภาพและเพิ่มความสามารถของสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูงแต่ส่วนใหญ่กระจุกในอุตสาหกรรมเก่า ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ ปิโตรเลียม ท่องเที่ยว สินค้าเกษตร ฯ ซึ่งมีมูลค่ารายได้การส่งออกต่อปีอันดับต้นๆ ของประเทศ และเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก RCEP แต่ความร่วมมือของ RCEP เป็นการเปิดโอกาสเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ที่ผลิตภัณฑ์และบริการมีเทคโนโลยีสามารถขายได้กำไรสูง ในส่วนของประเทศไทยนั้นยังขาดองค์ความรู้ที่จะผลักดันให้สินค้าและบริการเป็นที่ต้องการ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากที่ไทยจะได้รับความร่วมมือระหว่างประเทศในกลุ่มสมาชิก และค่อยๆ เปลี่ยนผ่านตัวเองไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่ยั่งยืนกว่า เช่น ฐานการผลิตรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง จะถูกแทนที่ด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ภาครัฐจะมีบทบาทสำคัญเป็นตัวเชื่อมโยงให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและสนับสนุนนวัตกรรมใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมและส่งเสริมผู้ประกอบไทยให้เข้าสู่ตลาดโลกมากขึ้น

ขณะเดียวกันจะส่งผลให้การลงทุนในไทยจะมีเพิ่มมากขึ้น การจ้างงานสูงขึ้น เกิดการเรียนรู้ในเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศ และมีโอกาสในการเปลี่ยนจากประเทศที่เป็นผู้รับผลิตมาเป็นผู้ผลิตที่มีสินค้าที่มีนวัตกรรม นำมาซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นของประชากร ทำให้คนในประเทศมีความมั่งคั่งและมั่นใจในการจับจ่าย สุดท้ายก็จะมีขนาดเศรษฐกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืนทัดเทียมประเทศที่พัฒนาแล้ว

 

ไทยควรลงทุนอย่างไรให้ได้ประโยชน์ไปกับ RCEP

นับจากปี 2021 เป็นต้นไป หลังจากการเกิดขึ้นของ RCEP จะส่งผลให้ไทยและกลุ่มเอเชียมีความแข็งแกร่งมากขึ้น สามารถลดการพึ่งพาประเทศกลุ่มตะวันตกและหันมาค้าขายกับประเทศในกลุ่มสมาชิกในระยะยาว แล้วจะมีความสดใสและยั่งยืนมากกว่า อีกทั้งกลุ่มสมาชิกมีจำนวนประชากรที่มากกว่าหนึ่งในสามของโลก ทำให้ภาคการบริโภคยังมีโอกาสที่จะขับดันให้เศรษฐกิจในกลุ่มโตอย่างต่อเนื่อง

ความร่วมมือของกลุ่ม RCEP จึงกลายเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้ลงทุน จะหันมาศึกษาหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจและแบ่งการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มการลงทุนที่เกี่ยวกับโลจิสติก คลังสินค้าให้เช่า นิคมอุตสาหกรรมให้เช่า และการบริโภค เพื่อรองรับผลตอบแทนที่ดีไปกับแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มประเทศในกลุ่ม RCEP ด้วยกัน




สมัครสินเชื่อ >>สินเชื่อธุรกิจบัวหลวง SMEs ดีแน่นอน<< 


ส่อง 10 เขตสาธิตนวัตกรรมส่งเสริมการนำเข้าจีน

ประตู RCEP เปิดไทยสู่โลกการค้า 15 ประเทศ


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

‘TikTok For All’ Update เทรนด์ใหม่ปี 2024 พร้อมกลยุทธ์เพิ่มโอกาส SME ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

‘TikTok For All’ Update เทรนด์ใหม่ปี 2024 พร้อมกลยุทธ์เพิ่มโอกาส SME ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

TikTok ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มเอนเตอร์เทนเมนต์ที่น่าเชื่อถือสำหรับทุกคน ทั้งครีเอเตอร์ คอมมูนิตี้ผู้ใช้งาน และธุรกิจทุกขนาดในไทย ด้วยการเปิดตัว…
pin
2211 | 14/02/2024
ทอดไม่ทิ้ง! เปลี่ยน ‘น้ำมันเหลือทิ้ง’ เป็น ‘น้ำมันเครื่องบิน’ โอกาสใหม่ SME ไทย เติบโตอย่างยั่งยืน

ทอดไม่ทิ้ง! เปลี่ยน ‘น้ำมันเหลือทิ้ง’ เป็น ‘น้ำมันเครื่องบิน’ โอกาสใหม่ SME ไทย เติบโตอย่างยั่งยืน

ขณะที่ยานพาหนะต่าง ๆ ทั้ง รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รถไฟ และเรือ ต่างมุ่งสู่การใช้เชื้อเพลิงพลังงานทดแทน ที่เป็นพลังงานสะอาดกันแล้ว แต่สำหรับการเดินทางโดยอากาศยาน…
pin
2715 | 26/01/2024
จับกระแส 'เทรนด์ธุรกิจ' ปี 2024 ใครได้ไปต่อ ใครมาแรง SME ไทยต้องรู้

จับกระแส 'เทรนด์ธุรกิจ' ปี 2024 ใครได้ไปต่อ ใครมาแรง SME ไทยต้องรู้

ปี 2024 นี้ ธุรกิจไหนมาแรง ธุรกิจไหนน่าจับตา เทรนด์ธุรกิจใดกำลังมาแรง Bangkok Bank SME สรุปมาไว้ในบทความนี้ เพื่อเป็นแนวทางแก่ SME และผู้ที่กำลังคิดจะเริ่มต้นทำธุรกิจทุกท่าน…
pin
2583 | 25/01/2024
RCEP ความหวังไทย-อาเซียน ฟื้นเศรษฐกิจ