Sunday อินชัวร์เทคสตาร์ทอัพคนไทย บุกตลาดอาเซียน

SME Startup
11/03/2019
รับชมแล้วทั้งหมด 261 คน
Sunday อินชัวร์เทคสตาร์ทอัพคนไทย บุกตลาดอาเซียน
banner

Sunday แพลตฟอร์มประกันรูปแบบใหม่ที่เรียกว่าเป็น InsurTech ก่อต้ังขึ้นเมื่อปี 2560 ด้วยการดึงเทคโนโลยี AI และ Machine Learning  เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real-Time ทำให้เกิดนวัตกรรมทางด้านประกันภัย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า เป็นหลังบ้านให้ Grab ในการคุ้มครองพาร์ทเนอร์ผู้ขับของแกร็บ ขณะรับ –ส่ง ผู้โดยสาร ประกันสุขภาพ และประกันรถยนต์ราคาพิเศษสำหรับแกร็บโกลด์ (GrabGold) ล่าสุดก็ได้ลงทุนหลังบ้านเพิ่มเติมโดยใช้โซลูชั่นจาก Amazon Web Services หรือ AWS ในการเชื่อมระบบผ่าน Cloud Computing


ล่าสุด Sunday ประสบความสำเร็จอีกขั้นด้วยการระดมทุนซีรี่ส์ เอ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากนักลงทุนชั้นนำระดับโลกอย่าง “เวอร์เท็กซ์ เวนเจอร์ส เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย (Vertex Ventures SEA and India)” โดย Vertex Ventures SEA and India มั่นใจโมเดลธุรกิจอินชัวร์เทคของ Sunday เดินมาถูกทาง อีกทั้งยังมีกลุ่มประกันสนับสนุนโดยให้ความร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ผลักดันให้ Sunday เป็นบริษัทประกันภัยเต็มรูปแบบ สร้างนิยามใหม่ให้วงการประกันภัย ตอบรับเศรษฐกิจดิจิตอล วางเป้าหมายให้ประกันภัยเป็นสิ่งเข้าถึงง่ายสะดวกทุกที่ทุกเวลา



ปัจจุบัน Sunday มีผลิตภัณฑ์ประกันมากกว่า 100 รูปแบบ ครอบคลุมความเสี่ยงเฉพาะกลุ่ม ตั้งแต่ขยายเวลารับประกันอะไหล่รถยนต์ ประกันเที่ยวบินล่าช้า ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนกว่า เช่น ประกันรถยนต์และสุขภาพเพื่อกลุ่มลูกค้าที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว


ผลิตภัณฑ์และบริการสินไหมของ Sunday ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้รองรับระบบของพาร์ตเนอร์ธุรกิจ ซึ่งมีทั้งธุรกิจชั้นนำในแวดวงรถยนต์ การสื่อสาร ค้าปลีกและการท่องเที่ยว คู่ขนานไปกับการขยายธุรกิจของบริษัทเองที่มุ่งเจาะตลาด SMEs ในประเทศผ่านแผนประกันสุขภาพกลุ่มและระบบการเรียกร้องสินไหมแบบเรียลไทม์ เพื่อเจาะตลาด SMEs ที่มีจำนวน 3 ล้านราย และมีพนักงานกว่า 10 ล้านคน


ซินดี้ กัว ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันเดย์ อินส์ จำกัด กล่าวว่า  คำตอบเดียวคือเราต้องเป็นเจ้าของบริการดังกล่าวและลดความซับซ้อนของ Value Chain ทั้งระบบด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี เราอยากสร้างแพลตฟอร์มที่คนสามารถหาแผนประกันภัยที่เหมาะกับตนเองและธุรกิจได้ทุกที่ทุกเวลา เนื่องจากประกันภัยเกี่ยวข้องกับการเรียกค่าสินไหมทดแทน Sunday ได้ผนวกแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ช่วยให้เคลมได้อย่างราบรื่นและจัดการจ่ายค่าทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ด้าน เวอร์เท็กซ์ เวนเจอร์สฯ โดยนายคี ล็อค ฉัว  Managing Partner ของ Vertex Ventures SEA and India กล่าวว่า  ยินดีที่ได้ร่วมงานกับ Sunday บนเส้นทางของประกันภัยดิจิตอล นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่เฝ้ารอมานาน อุตสาหกรรมประกันภัยจำเป็นต้องปรับตัวในยุคของการบรรจบกันของเทคโนโลยีและข้อมูล ถ้าอีคอมเมิร์ซนำเสนอการตั้งราคาแบบ Dynamic Pricing ได้ ผู้ให้บริการประกันภัยดิจิตอลอย่าง Sunday ก็สามารถนำเสนอราคาเฉพาะบุคคลตามข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคได้เช่นกัน และเนื่องจากประกันภัยเกี่ยวข้องกับการเรียกค่าสินไหมทดแทน Sunday ได้ผนวกแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ช่วยให้เคลมได้อย่างราบรื่นและจัดการจ่ายค่าทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ขณะที่เป้าหมายต่อไปของ Sunday  คือ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 330 ล้านคน ซึ่งมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ผู้บริโภคในไทยใช้เวลาวันละกว่า 4 ชั่วโมงไปกับการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ แต่ยังมีบางบริการที่เป็นที่ต้องการของลูกค้าที่ธุรกิจประกันแบบเดิมๆ ยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้ Sunday จะขยายธุรกิจไปยังประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ และคาดว่าบริษัทจะได้เงินลงทุนเพิ่มเติมจากนักลงทุนในการบุกตลาดต่างประเทศในปลายปี 2562 นี้



อินชัวร์เทค ตอบโจทย์ประกันยุคดิจิตอล


ทั้งนี้จากความสำเร็จของ Sunday เราเลยย้อนมาศึกษาดูเทรนด์ด้านการตลาด โดยมีข้อมูลของ PwC Thailand ที่ระบุว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ดูจะเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้หลายธุรกิจต้องปรับตัว โดยช่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นกลุ่มสถาบันการเงิน ธุรกิจผู้ให้บริการทางการเงินและการลงทุน ขยับตัวกันยกใหญ่ หลังจากเทคโนโลยีทางการเงิน หรือ “FinTech” (Financial Technology) เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมนี้มากขึ้นเรื่อยๆ


ต่อจากนี้ ถึงคราวของธุรกิจประกันภัยที่ต้องลุกขึ้นมาปรับตัวกันบ้าง เพื่อรับมือกับกระแส “InsurTech” (Insurance Technology) หรือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการทำธุรกิจประกันภัย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการและการดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่


อินชัวร์เทค มีจุดเด่นอยู่ที่การช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ เพราะคือการนำเทคโนโลยีมาช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มช่องทางในการให้บริการในหลากหลายมิติ แค่เพียงมีอุปกรณ์สมาร์ทโฟนก็สามารถจัดการกับประกันภัยได้ทุกเรื่อง ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น และถือเป็นการสร้างประสบการณ์สมาร์ทไลฟ์ให้กับลูกค้า อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์บริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Intelligence)  ที่ดีและสนองต่อพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ประกันภัยที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม


นอกจากนี้ อินชัวร์เทค ยังสามารถให้คำปรึกษาและวิเคราะห์รูปแบบของประกันภัยที่เหมาะสมกับความต้องการและความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย รวมถึงคำนวณเบี้ยประกันภัย และจ่ายเงินผลประโยชน์ให้กับลูกค้าประกันภัยได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบายขึ้น ผ่านแอปพลิเคชันบนสมารท์โฟน นี่จึงทำให้ธุรกิจประกันภัยทั่วโลกหันมาให้ความสนใจกับอินชัวร์เทคมากขึ้น เพราะนอกจากจะเพิ่มโอกาสทางธุรกิจแล้ว ยังสามารถช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ขณะที่ผลสำรวจ “Embracing possibility, boosting innovation” ของ PwC ที่พบว่าธุรกิจประกันภัยจะเป็นอุตสาหกรรมอันดับต้นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของเทคโนโลยีมากที่สุด ขณะที่ 67% ของซีอีโอธุรกิจประกันภัยทั่วโลกเล็งเห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยี โดยมองว่าความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆ (Creativity and innovation) จะเข้ามีความสำคัญมากที่สุดต่อการประกอบธุรกิจในอนาคต


InsurTech


GenY กลุ่มเป้าหมายอินชัวร์เทค


ผลสำรวจที่น่าสนใจอีกตัวอย่างที่ทำการศึกษาลูกค้ากว่า 15,000 รายใน 30 ประเทศทั่วโลกพบว่า บริษัทประกันภัยแบบดั้งเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเจนวายได้ โดยกลุ่มมิลเลนเนียลทั่วโลกเพียง 33.9% เท่านั้นที่ชื่นชอบการทำประกันกับบริษัทประกันภัยแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มเจนที่อายุมากกว่าที่ 55.4%


ตัวอย่างประเภทของอินชัวร์เทคที่อยากหยิบยกมาเล่าให้ฟังในวันนี้คือ อินชัวร์เทคที่ถูกนำมาประยุกต์เข้ากับระบบ “ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น” หรือ “Pay as you go” ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของผู้บริโภคและบรรดาสตาร์ทอัพ รวมไปถึงผู้ประกอบธุรกิจประกันภัย โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ ที่ต่างหันมาพัฒนาอินชัวร์เทคประเภทนี้ออกมาป้อนตลาดอย่างแพร่หลาย เพราะตอบโจทย์กับลูกค้าที่ต้องการการคุ้มครองระยะสั้น โดยลูกค้าสามารถเลือกใช้ประกันในช่วงที่ต้องการได้ และจ่ายเบี้ยประกันตามการใช้งานจริง


ด้วยความที่ผู้ประกอบการธุรกิจประกันภัยและสตาร์ทอัพต่างหันมาลงทุนพัฒนาอินชัวร์เทคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นี่เอง ทำให้มีการคาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตเฉลี่ยของตลาดอินชัวร์เทคในช่วงปี 2563 จะอยู่ที่ 10.4% ต่อปี ขณะที่เม็ดเงินลงทุนในอินชัวร์เทคก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


กระแสอินชัวร์เทคในเอเซีย


ในตลาดเอเชียโดยรายงานของ Forbes เปิดเผยว่า สิงคโปร์ และ ฮ่องกงจะกลายเป็นศูนย์กลางของการลงทุนอินชัวร์เทค โดยเอเชียจะกลายเป็นขุมทรัพย์ของตลาดอินชัวร์เทคในอนาคต ด้วยจำนวนประชากรกว่า 4.4 พันล้านคน ขณะที่ชนชั้นกลางในเอเชียจะมีสัดส่วนถึง 64% ของชนชั้นกลางทั่วโลกในปี 2573 ซึ่งคนกลุ่มนี้แน่นอนว่า จะยิ่งต้องการความสะดวกสบาย และใช้ชีวิตประจำวันผ่านการเชื่อมต่อสิ่งต่างๆ เข้ากับสมาร์ทโฟน แถมยังมีการคาดการณ์ด้วยว่า คนที่อาศัยในตลาดเกิดใหม่อย่างเอเชียกลุ่มนี้จะเป็นผู้นำที่ผลักดันให้กระแสอินชัวร์เทคเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต


สำหรับในประเทศไทยนอกจากกรณีตัวอย่างของ Sunday บริษัทประกันรายใหญ่ในประเทศก็มีการตื่นตัวด้านอนชัวร์เทคมาสักระยะ โดยเฉพาะปัจจุบันผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพไทยเริ่มพัฒนาอินชัวร์เทคออกมาป้อนตลาด ไม่ว่าจะเป็น แอปพลิเคชันประกันภัยรถยนต์ ต่างๆ ที่ช่วยให้การเคลมประกันรถสะดวก และรวดเร็วขึ้น ไปจนถึง บริการประกันภัยออนไลน์ทุกรูปแบบผ่านเว็บและแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ เรายังเริ่มเห็นการผนึกกำลังกันระหว่างธุรกิจประกันภัย กับสตาร์ทอัพอินชัวร์เทค หรือผู้ประกอบการในธุรกิจอื่นๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสัญญาณที่ดีต่อวงการประกันภัยของไทยทั้งสิ้น


อย่างไรก็ดี เมื่ออินชัวร์เทคเริ่มออกสู่ตลาดมากขึ้น สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือความเสี่ยง โดยการรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ (Cyber security) ยังคงเป็นโจทย์ที่ท้าทายของอินชัวร์เทคที่ทั้งผู้เล่นและหน่วยงานกำกับทั่วโลกต้องร่วมมือกันป้องกันและแก้ไข เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและขยายตลาดอินชัวร์เทคให้เติบโตในวงกว้างมากขึ้นต่อไป

ส่องกระแส Startup ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ

SME พร้อมแค่ไหนกับเทรนด์ Fintech

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333


Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333


Related Article

Organic Food เกษตรอินทรีย์ ความท้าทายภาคเกษตรไทย SME Startup

Organic Food เกษตรอินทรีย์ ความท้าทายภาคเกษตรไทย

สหภาพยุโรป(อียู)ถือเป็นตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ขนาดใหญ่  ประชาชนนิยมบริโภคอาหารปลอดสารพิษเพื่อสุขภาพ ส่งผลทำให้มูลค่าทางด้านตลาดกว่า 30.7 ล้านล้า...
53071 | 12/06/2019
‘นวัตกรรม’ ขับเครื่องธุรกิจสตาร์ทอัพยุค 4IR SME Startup

‘นวัตกรรม’ ขับเครื่องธุรกิจสตาร์ทอัพยุค 4IR

การทำธุรกิจยุค 4IR หรือการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ธุรกิจที่มีความคล่องตัวปรับตัวได้เร็วก็มีสิทธิ์ล้มยักษ์ได้ จะเห็นว่าผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่รายหล...
15704 | 01/07/2019
จากโดมปลูกผักของ JD ถึงนวัตกรรม“ข้าวทางเลือก” SME Startup

จากโดมปลูกผักของ JD ถึงนวัตกรรม“ข้าวทางเลือก”

หลายคนคงจะพอได้ยินชื่อ JD.com อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดในจีน เมื่อเร็วๆนี้ได้แตกไลน์ธุรกิจ โดยร่วมมือกับ Mitsubishi C...
7912 | 17/07/2019
banner
banner