อัพเดท!! ปัจจัยและโอกาสการลงทุนในประเทศลาว

“ไทยกับลาวพูดภาษาใกล้เคียงกัน มีวัฒนธรรมคล้ายกันมากที่สุดหากเทียบกับประเทศอื่นๆ เส้นทางคมนาคมสะดวก เนื่องจากมีชายแดนติดกันในหลายจังหวัด มีด่านข้ามแดนถาวรและด่านชั่วคราวหลายจุด”

นี่คือปัจจัยเบื้องต้นที่เอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการไทยในการที่จะเข้าไปทำการค้าใน สปป.ลาว ซึ่งเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไป แต่แท้จริงแล้วยังปัจจัยเชิงลึกด้านอื่นที่มีความสำคัญ ซึ่งในวันนี้ bangkokbanksme.com ได้มีโอกาสพูดคุยกับ นางสาวยานี  ศรีมีชัย อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เวียงจันทน์ สถานเอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเอสเอ็มอีไทยเพื่อชี้ช่องทางและโอกาสการลงทุนในประเทศลาว ดังต่อไปนี้

มูลค่าการส่งออกไทย-ลาว

นางสาวยานี ศรีมีชัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เวียงจันทน์ ได้เปิดประเด็นว่า ในปี 2561 นี้ รัฐบาลลาวมีนโยบายต้องการกระตุ้นให้มีการส่งออกระหว่างทั้งสองประเทศ เนื่องจากมูลค่าการค้าไทย-ลาวในปีที่ผ่านมาขยายตัว 5% แต่ด้านการส่งออกติดลบ 1% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากในภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากภาครัฐบาลของลาวเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องความถูกต้องโปร่งใสของโครงการต่างๆ เกี่ยวกับภาคการส่งออก ทำให้เกิดการชะลอตัว เช่นจุดอิ่มตัวของโครงการสร้างเขื่อนไซยะบุรีที่กำลังจะเสร็จเรียบร้อยในปีหน้า ทำให้มูลค่าลดน้อยลง ซึ่งต้องแสวงหาโอกาสและช่องทางการลงทุนในส่วนอื่นต่อไปหลังจากที่จะเริ่มจำหน่ายกระแสไฟฟ้าได้ในปี 2562

โดยคุณยานี เน้นย้ำด้วยว่า การเร่งผลักดันทางการค้าไม่ใช่เรื่องของการส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างเครือข่าย ขยายมูลค่าทางการค้าระหว่างทั้งสองประเทศให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่ต้องการขยายตัวให้ได้ถึงสองเท่าภายในระยะเวลา 5 ปี โดยใช้ฐานจากปี พ.ศ.2559

จีดีพีของสปป.ลาว สูงถึง 6.9

ส่วนด้านการเติบโตด้านของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ คุณยานีให้ข้อมูลว่า หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นใน CLMV เศรษฐกิจ สปป.ลาวในปีที่ผ่านมาเติบโตเป็นอันดับสามรองจากเมียนมาและกัมพูชา ด้วยตัวเลข ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี ที่สูงถึง 6.9 และจะพยายามรักษาค่าเฉลี่ยให้อยู่ที่ 7.0 ภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งตัวเลขตรงนี้มีความน่าสนใจหากเทียบกับประเทศอื่นๆ เพราะการที่ตัวเลขตรงจุดนี้สูงหมายถึงการมีกำลังซื้อ ที่สามารถทดแทนข้อปัญหาในเรื่องของจำนวนประชากร

ปรับปรุงกฎหมายเอื้อนักลงทุน

ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เวียงจันทน์ กล่าวอีกว่า ในปีที่ผ่านมารัฐบาลลาวได้ปรับปรุงกฎหมายการลงทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการจากต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในลาวเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องการคมนาคมและขนส่ง เช่น รถไฟฟ้าความเร็วสูงลาว-จีน ที่จะแล้วเสร็จในปี 2021 เป็นอีกหนึ่งตัวขับเคลื่อนการค้าการลงทุน ซึ่งจากเส้นทางรถไฟจะลงมาจากเมืองคุนหมิง ประเทศจีน เข้ามาทางเหนือของลาวมาจนถึงเวียงจันทน์ คาดว่าจะมีคนจีนทะลักเข้ามาไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคนต่อปี ซึ่งเป็นศักยภาพของ สปป.ลาวในเรื่องของการขยายตัวภาคเศรษฐกิจในเรื่องของการค้าและการลงทุน

และรัฐบาลลาวให้ความสำคัญในเรื่องของการเกษตร การศึกษา ระบบสาธารณสุข การแปรรูปวัตถุดิบ ซึ่งในเรื่องวัตถุดิบนั้นมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากพื้นฐานของ สปป.ลาวนั้นมีวัตถุเพียงพออยู่แล้ว เอสเอ็มอีไทยควรเข้าไปหนุนในเรื่องคุณภาพการผลิตและแพกเกจจิ้ง ซึ่งจะสามารถไปได้ดีกว่าการนำสินค้าไปขายเองทั้งหมด

ส่วนข้อติดขัดในเรื่องจำนวนประชากรของลาว ซึ่งเป็นปัญหาที่นักลงทุนไทยมองว่าคือกำลังซื้อที่น้อย คุณยานี แสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้ว่า

“นักลงทุนอย่ามองแค่เพียงเรื่องกำลังซื้อจากจำนวนประชากร ซึ่งปกติแล้วในกลุ่มสุขภาพ ความงาม และอาหาร คนลาวใช้สินค้าไทยสูง 60-70% โดยเฉพาะในเรื่องสุขภาพที่สปป.ลาวยังมีโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานน้อย โดยในปีหน้ากำลังจะมีโรงพยาบาลจากไทยข้ามไปเปิดในฝั่งลาว อีกทั้งการลงทุนในเรื่องของการศึกษาและธุรกิจแฟรนไชส์ที่ยังไปได้ดี โดยในปีที่ผ่านมาสมาคมแฟรนไชส์สามารถขายออกไปได้ถึง 10 แบรนด์”

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในประเทศอาเซียน 9 ใน 10 ประเทศ เพื่อให้บริการท่าน

สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: [email protected]  โทรศัพท์   02 -230-2758 หรือ สายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น