‘บุณยเกียรติ ไอศกรีม’ ปั้นแบรนด์ ‘PANDA & SALI’ ไอติมผลไม้ไทยแท้ บุกตลาดคนรักสุขภาพทั่วโลก

SME in Focus
08/06/2022
รับชมแล้วทั้งหมด 4883 คน
‘บุณยเกียรติ ไอศกรีม’ ปั้นแบรนด์ ‘PANDA & SALI’ ไอติมผลไม้ไทยแท้ บุกตลาดคนรักสุขภาพทั่วโลก
banner
ผลไม้ไทยเป็นจุดขายที่สำคัญที่ทั่วโลกให้การยอมรับ โดยเฉพาะไอศกรีมผลไม้ไทย สำหรับต่างชาติแล้ว ไม่ว่าจะแบรนด์ดังระดับโลกแค่ไหน ก็ทำรสชาติได้ไม่เหมือนคนไทย สิ่งนี้ที่จุดประกายให้ คุณสมเกียรติ กิตติธรสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บุณยเกียรติไอศกรีม จำกัด หันมาพัฒนา ไอศกรีมที่มีจุดขายคือ นำผลไม้ไทย ที่เป็นผลไม้เมืองร้อน มาทำเป็นไอศกรีมพรีเมียม โดยใช้เนื้อผลไม้แท้ๆ เสิร์ฟความอร่อยแบบ ‘ไทยแท้’ ให้กับคนรักผลไม้ไทยทั่วโลกได้ลิ้มลอง 

 

เส้นทางธุรกิจจะเติบโตได้ต้องสร้างมาตรฐาน

คุณสมเกียรติ กิตติธรสมบัติ ย้อนวันวานถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจไอศกรีมให้ฟังว่า ตนเองGเป็นทายาทธุรกิจรุ่นที่ 2 ที่เข้ามาต่อยอดธุรกิจครอบครัว (Family Business) ที่ดำเนินธุรกิจไอศกรีมมากว่า 40 ปี โดยเริ่มกิจการจากเช่าห้องแถวเล็กๆ เพื่อทำไอศกรีม แล้วใช้รถเข็นขายแบบโบราณจนปัจจุบันขยับขยายจนเป็นโรงงานมาตรฐานระดับสากล โดยนำเทคโนโลยีซึ่งเป็นระบบ Automation เข้ามา พัฒนาการผลิตไอศกรีมได้รับมาตรฐานการส่งออกเกี่ยวกับการผลิตไอศกรีมแทบจะทุกมาตรฐานที่เป็นมาตรฐานสากลระดับโลก อาทิ อย. GMP เฉพาะ Dairy Product,  HACCP HALAL, ISO22000 และล่าสุดคือ มาตรฐานเพื่อการส่งออก EST

 
สมเกียรติ กิตติธรสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บุณยเกียรติไอศกรีม จำกัด

คุณสมเกียรติ เล่าต่อว่า ในช่วงปี 2544 ตนเรียนจบจึงกลับมาช่วยธุรกิจครอบครัว (Family Business) โดยสิ่งแรกที่ตนมองว่า การจะทำให้ธุรกิจอยู่ได้อย่างยั่งยืน (Sustainability) คือ การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูงขึ้น โดยเริ่มพัฒนาตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ 

อะไรคือ? จุดแข็ง ‘ไอศกรีม บุณยเกียรติ’ 

คุณสมเกียรติ อธิบายถึงความโดดเด่นของ ไอศกรีมแบรนด์ ‘SALI’ (สาลี) ว่า บริษัทจะใช้ผลไม้แท้ 100% เท่านั้นในการผลิต โดยวางตัวเองเป็น Natural Taste Product หลีกเลี่ยงการใช้สารปรุงแต่ง อาทิ ไอศกรีมมะม่วงจะใส่เนื้อมะม่วงลงไปถึง 40% เพื่อให้ผู้บริโภคสัมผัสได้ถึงรสชาติของผลไม้จริงๆ ซึ่งมั่นใจว่าแบรนด์เราใส่เนื้อผลไม้มากที่สุด หรือไอศกรีมผลไม้ที่ผู้บริโภคชื่นชอบอย่าง ทุเรียนเราก็ใช้เนื้อของทุเรียนหมอนทองแท้ๆ โดยเราจะใช้เนื้อทุเรียนที่เป็นพลูมาผลิตไม่ใช้เศษเนื้อทุเรียนมาเป็นส่วนผสม ซึ่งคัดสรรจากแหล่งผลิตที่ขึ้นชื่ออย่างจังหวัดจันทบุรีซึ่งเป็นแหล่งปลูกทุเรียนหมอนทองคุณภาพดีของไทย 


อีกสิ่งหนึ่งที่ คุณสมเกียรติ ให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน คือ การทำ R&D (Research and Development) เพื่อปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์ไอศกรีมของบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ โดยใช้เวลาเป็นปีๆ เพื่อพัฒนาสูตรไอศกรีมที่อร่อย และเป็นสูตรเฉพาะของ ‘บุณยเกียรติ ไอศกรีม’ เพื่อสร้างความเป็น (Unique)

เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำกับใคร จากนั้นก็เน้นคุณภาพในทุกมิติ ตั้งแต่ การสรรหาผลไม้สดแท้จากแหล่งผลิตที่มีคุณภาพ และคัดแต่เกรดคุณภาพ มาทำเป็นไอศกรีม เพื่อให้ได้รสชาติความอร่อยแบบธรรมชาติขนานแท้ มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน สิ่งนี้ถือเป็นจุดแข็งหลักของบริษัท

จากแบรนด์ PANDA ต่อยอดสู่ SALI “ไอศกรีมพรีเมี่ยมเอาใจสายรักสุขภาพ

คุณสมเกียรติ บอกถึงกุญแจสำคัญของการทำไอศกรีมว่า ต้องใช้ของดี มีคุณภาพ ที่สำคัญรสชาติต้องอร่อย ชนิดลองครั้งแรกแล้วต้องติดใจ โดยก่อนหน้านี้ไอศกรีมแบรนด์ PANDA (แพนด้า) เราวางขายในรูปแบบเดิม เพื่อรักษาตลาดในประเทศ แต่ผลิตภัณฑ์ที่เราได้พัฒนาขึ้นมาใหม่พร้อมนำออกสู่ตลาดภายใต้ แบรนด์ ‘SALI’ (สาลี) เป็นไอศกรีมเกรดพรีเมียม ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชื่อของคุณแม่มาใช้เป็นชื่อผลิตภัณฑ์ ซึ่งต้องการสื่อถึงคุณภาพของไอศกรีมที่ตั้งใจให้เป็นแบรนด์คุณภาพระดับพรีเมียมของบริษัท โดยได้ใส่ความเป็น (Unique) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใครในท้องตลาด 

ซึ่งถือได้ว่าไอศกรีมแบรนด์ ‘SALI’ (สาลี) เป็นไอศกรีมเกรดพรีเมียม และพูดได้ว่าเป็น ‘คราฟท์ ไอศกรีม’ อย่างเช่น มะพร้าวที่บริษัทใช้จะสั่งมาจากบางสะพานและนำมาปลอกแล้วคั้นกะทิเอง จึงเป็นกะทิสด เราไม่ใช้กะทิสำเร็จรูปหรือกะทิผง วัตถุดิบทุกอย่างต้องเน้นความเป็นธรรมชาติมากที่สุด รวมถึงการสรรหาวัตถุดิบเกรดเอจากแหล่งวัตถุดิบที่ดีที่สุดในเมืองไทย ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ถือเป็นจุดแข็งของแบรนด์ ‘SALI’ (สาลี) ที่ต้องการให้ผู้ที่ชื่นชอบไอศกรีมผลไม้ได้กินสัมผัสถึงความอร่อยที่สำคัญที่ดีต่อสุขภาพด้วย 



ใช้กลยุทธ์ ‘สร้างตลาดของตัวเอง’

คุณสมเกียรติ เริ่มจากมองไปในตลาดแล้วพบว่า การที่จะนำผลิตภัณฑ์ของบริษัทไปวางในตลาดที่เต็มไปด้วยไอศกรีมยักษ์ใหญ่แบรนด์ดังจากต่างประเทศ เราคงสู้เขาไม่ไหว จึงหันมามองธุรกิจตัวเองแล้วคิดว่าการเป็น SME ถ้าจะไปแข่งกับรายใหญ่ คงเป็นเรื่องยาก จึงเกิดแนวคิดที่จะสร้างตลาดเป็น Know How ของตัวเอง โดยเราไม่จำเป็นต้องไปสู้กันในตลาดเขา 

โดยปั้นแบรนด์สินค้าของตัวเองให้มีจุดแข็ง ด้วยการใส่ความเป็นไทยเข้าไป จึงเกิดแนวคิดในการทำไอศกรีมผลไม้ไทยแท้ อาทิ ไอศกรีมทุเรียน, มะม่วง, มะพร้าว, เสาวรส ซึ่งเป็นผลไม้ที่หาได้ในท้องถิ่นที่เรามีให้อยู่แล้วในแถบเขาค้อ ภูเรือ ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรามีที่ยืนในตลาดมากขึ้น 

คุณสมเกียรติ บอกอีกว่า หลังจากผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด ก็มาวางแผนการขาย แม้เป้าหมายตั้งแต่แรกคือ อยากส่งออกต่างประเทศ แต่ในช่วงเริ่มต้น คุณสมเกียรติ บอกว่า การจะส่งออกต่างประเทศ ต้องบอกผู้บริโภคได้ว่า ณ เวลานี้ แบรนด์ของบุณยเกียรติ วางขายอยู่ที่ไหน เขาจึงเริ่มส่งสินค้าเข้าวางใน ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างชั้นนำของไทย อย่าง The Mall และ Tops Super Market ในห้างฯ Central ทุกสาขา รวมถึงโรงแรม และสถานที่ๆ เป็นแลนด์มาร์ค ต่างๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ

เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ด้วยการตลาดออนไลน์

คุณสมเกียรติ เปิดมุมมองเรื่องนี้ว่า เดิมทีบริษัทเตรียมวางแผนที่จะเปิดตลาดไอศกรีมไทยสู่ต่างประเทศ แต่ต้องมาสะดุดลงเนื่องจากการระบาดของเชื้อโควิด 19 ทำให้ส่งออกไม่ได้ แต่คุณสมเกียรติ บอกว่า ช่วงวิกฤตดังกล่าวทำให้เราได้มา Rewind ตัวเองใหม่ โดยกลับมาทบทวนว่ารูปแบบการทำธุรกิจมันเปลี่ยนไปจากเดิมที่ขายสินค้าผ่าน Trading Channel ทั่วไป คือการที่นำสินค้าไปวางขายตามร้านหรือห้างสรรพสินค้า 

แต่วันนี้วิถีการใช้ชีวิตผู้คนเปลี่ยนไปที่เรียกกันว่า New Normal เป็นตัวเร่งให้ธุรกิจต่างๆ เข้าไปสู่การตลาดออนไลน์มากขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงไอศกรีมบุณยเกียรติ ก็เข้าไปอยู่บนแฟลตฟอร์มออนไลน์เช่นกัน ซึ่งต่างประเทศขายไอศกรีมบนแฟลตฟอร์มออนไลน์มานานแล้ว โดยเฉพาะประเทศที่มีเทคโนโลยีก้าวล้ำกว่าเราอย่างประเทศจีน ซึ่งทำการตลาดออนไลน์มาก่อนเราอย่างยาวนานและรูปแบบในการส่งสินค้า 

“อย่างเช่น ถ้าเราจะส่งสินค้าไปจีนการที่จะไปทำตลาด Trading Channel แบบเดิมๆ จากข้อมูลที่ได้ศึกษาและข้อมูลที่ได้จากผู้ที่ทำธุรกิจในประเทศจีน ต่างบอกว่าการที่จะค้าขายบนตลาดออนไลน์จีนต้องมีรูปแบบการ ไลฟ์สด หรือรีวิวสินค้า ด้วยถึงจะสร้างจุดขายได้ ซึ่งการไลฟ์สดขายของสามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้ ก็เพราะลูกค้าได้เห็นสินค้าจริง ที่ไม่ผ่านการแต่งสีหรือปรับแต่งรูป ได้รู้คุณสมบัติของสินค้ามาขึ้นจากการบรรยายของแม่ค้าพ่อค้า ทั้งยังได้เห็นวิธีการใช้งานจริงๆ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวสินค้าได้มากกว่าการดูรูปและอ่านแค่แคปชั่นเท่านั้น”  

“สะท้อนให้เห็นว่า การค้าขายยุคนี้นอกจากเราจะมีสินค้าที่ได้มาตรฐานการส่งออกแล้ว การจะเอาสินค้าไปขายยังต่างประเทศ เราต้องรู้และเข้าใจรูปแบบการตลาดของประเทศนั้นด้วยว่าเขานิยมซื้อขายสินค้ากันผ่านช่องทางใด จึงถือเป็นโอกาสในช่วงวิกฤติที่ทำให้เราได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบและกลยุทธ์การตลาดใหม่ ยิ่งในช่วงวิกฤตแบบนี้การมีสถาบันการเงินที่เข้มแข็งช่วย Support เป็นหลังบ้านให้ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบในการทำธุรกิจที่ช่วยประคับประคองธุรกิจให้ฝ่าฟันอุปสรรคไปได้”



ก้าวต้องไป ไอศกรีมไทย ต้องโกอินเตอร์

คุณสมเกียรติ เปิดมุมมองเรื่องนี้ว่า ผลไม้ไทยเป็นจุดขายที่สำคัญที่ทั่วโลกให้การยอมรับ จริงๆ แล้ว ผลไม้ไทยไม่ใช่มีเพียงประเทศจีนเท่านั้นที่นิยมแต่คนทั่วโลกก็นิยมเช่นกัน ซึ่งเป้าหมายต่อไปของเรา คือการส่งออกต่างประเทศ โดยเล็งตลาดเป้าหมายหลักคือ จีน ที่ก่อนหน้านี้มีการทำโรดโชว์และได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงพาณิชย์โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศให้ส่งสินค้าไปทดลองขายผ่านแฟลตฟอร์มออนไลน์ ‘เถาเป่า’ ของจีน

โดยใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นดาราดังของจีน ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวจีนเป็นอย่างมาก ครั้งนี้จึงได้ทำการเซ็นสัญญากับบริษัทคู่ค้าเพื่อนำสินค้าไปขายผ่านช่องทาง E-Comerce ที่ประเทศจีนอย่างเป็นทางการ 

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มประเทศ CLMV ที่เราต้องการเข้าไปเปิดตลาดด้วย อย่าง ประเทศกัมพูชา ได้มีการติดต่อห้างโมเดิร์นเทรดชื่อดังของที่นั้น แต่มีเงื่อนไขว่า บริษัทต้องลงตู้แช่ไอศกรีมทั้งหมดเอง จึงอยู่ระหว่างการพิจารณาเงื่อนไขดังกล่าว

“เราตั้งเป้าส่งไอศกรีมพรีเมี่ยม แบรนด์ SALI และแบรนด์ PANDA ไปเปิดตลาดด้วยเช่นกัน ซึ่งแบรนด์ SALI โดยเป้าหมายต่อไปต้องการต่อยอดไปอีก คือ  ฮ่องกง สิงค์โปร เกาหลีใต้ รวมไปถึง ประเทศในตะวันออกกลางด้วย

คุณสมเกียรติ บอกอีกว่า ต่างชาติชื่นชอบผลไม้ไทย โดยเฉพาะ ‘มะพร้าว’ ขณะไอศกรีมมะพร้าว คนไทยอาจหากินได้ทุกหัวมุมถนน แต่สำหรับต่างชาติแล้ว ไม่ว่าจะแบรนด์ดังระดับโลกแค่ไหน ก็ทำรสชาติได้ไม่เหมือนคนไทย สิ่งนี้ที่จุดประกายให้ คุณสมเกียรติ กิตติธรสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บุณยเกียรติไอศกรีม จำกัด หันมาพัฒนา ไอศกรีมพรีเมียมแบรนด์ ‘SALI’ (สาลี) ที่มีจุดขายคือ นำผลไม้ไทย ที่เป็นผลไม้เมืองร้อน (Tropical Fruit) มาทำเป็นไอศกรีมพรีเมียม โดยใช้เนื้อผลไม้แท้ๆ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบ ‘ไทยแท้’ ให้กับคนรักผลไม้ไทยทั่วโลกได้ลิ้มลองกัน

“แบรนด์ ‘SALI’ ที่เราพัฒนาขึ้นมาเป้าหมายคือการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ แล้วเราก็เห็นโอกาสอีกว่าในอนาคตอันใกล้นี้ หลังจากที่สถานการณ์โควิด 19 ดีขึ้น เรามุ่งมั่นที่จะมีส่วนในการสร้างชื่อเสียงให้กับไอศกรีมผลไม้ไทยแท้สัญชาติไทยอย่าง บุญเกียรติ ไอศกรีม เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติในประเทศต่างๆ ทั่วโลกมากขึ้น”

“ความตั้งใจของเราคือ อยากทำแบรนด์ที่คนทั่วโลกเห็นแล้วรับรู้ได้ทันทีว่า นี่คือสินค้าของคนไทย เป็นแบรนด์ของคนไทย ที่วางขายอยู่ในตลาดโลก”

ระบบโลจิสติกส์ยุคใหม่ สร้างโอกาส SME ไทย บุกตลาดออนไลน์ขายต่างแดน

คุณสมเกียรติ ให้มุมมองว่า ปัจจุบันระบบโลจิสติกส์พัฒนาไปมาก เราสามารถส่งไอศกรีม Delivery ทั่วประเทศได้แล้ว ด้วยการแบบ สายโซ่ความเย็น (Cool Chain)  ซึ่งจากการที่เราทดลองเปิดขายในตลาดออนไลน์ก็มีออเดอร์สั่งซื้อจากลูกค้าเข้ามาทั่วประเทศ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ได้เคยไปเมืองจีนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ต้องบอกว่าสินค้าทุกอย่างแม้แต่ถั่วต้มหรือกาแฟสักแก้วหนึ่งก็จะต้องจ่ายผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ หมดแล้ว จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการและ SME ที่ทำธุรกิจ Frozen หรืออาหารแช่แข็ง ยิ่งปัจจุบันระบบโลจิสติกส์เอื้อต่อการทำธุรกิจมากขึ้น เปิดโอกาสให้เราสามารถนำสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศง่ายขึ้น



อะไร? คือ หัวใจในการทำธุรกิจของ ‘บุณยเกียรติ ไอศกรีม’

คุณสมเกียรติ บอกว่า หัวใจในการทำธุรกิจของตน คือ ต้องมีความขยันและอดทน ที่สำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือกับผู้บริโภคในการทำธุรกิจต้องมีสัจจะและซื่อสัตย์กับลูกค้า เป็นสิ่งที่เรายึดมั่นในการทำธุรกิจมาโดยตลอด เป็นมรดกตกทอดที่ปลูกฝังกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

ทั้งหมดนี้สะท้อนความเป็นตัวตนของ ‘บุณยเกียรติ ไอศกรีม’ ไอศกรีมไทยที่มากกว่าความอร่อยของผลไม้ไทย คือ ‘ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย’ ที่บรรจุลงถ้วยไอศกรีม เพื่อประกาศศักดิ์ศรีความเป็นไอศกรีมไทย ให้ทั่วโลกได้รู้จัก

ในช่วงท้ายของการพูดคุย คุณสมเกียรติ ได้ฝากแง่คิดและเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกอบการ และ SME ว่าต้องรู้จักใช้ช่องทางโลจิสติกส์ให้เป็นประโยชน์ และหาโอกาสในวิกฤตให้เจอให้ได้ โดยมองว่าปัจจุบันนี้เป็นโอกาสของธุรกิจ SME หรือธุรกิจรายย่อย ที่ต้องการเปิดตลาดทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่เข้ามาช่วย Support มากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้มีโอกาสในการขายตรงถึงมือผู้บริโภคได้สะดวกมากขึ้น โดยไม่ต้องจำหน่ายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งระบบโลจิสติกส์แบบ Cool Chain จะช่วยให้สินค้าประเภท Frozen ส่งสินค้าได้หลากหลายมากขึ้น


รู้จัก บริษัท บุณยเกียรติ ไอศกรีม จำกัด เพิ่มเติมได้ที่ :

Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333


Related Article

Transformation โรงงานผลิตพืชผลการเกษตรจากเคมีฟาร์ม สู่ข้าวโพดหวานออร์แกนิก ส่งเสริมเกษตรกรไทย เติบโตไปพร้อมกัน

Transformation โรงงานผลิตพืชผลการเกษตรจากเคมีฟาร์ม สู่ข้าวโพดหวานออร์แกนิก ส่งเสริมเกษตรกรไทย เติบโตไปพร้อมกัน

อาชีพเกษตรกรยุคดิจิทัล เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากการเป็นเพียงผู้ผลิต มีการพัฒนาความรู้ ทักษะ ผสมผสานความรู้ดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่…
pin
220 | 17/05/2024
‘GBY Digital Tech’ สานฝันเด็กไทย ปูทางสู่โอกาสการศึกษาดนตรี และศิลปะผ่าน แพลตฟอร์ม e-Learning Online

‘GBY Digital Tech’ สานฝันเด็กไทย ปูทางสู่โอกาสการศึกษาดนตรี และศิลปะผ่าน แพลตฟอร์ม e-Learning Online

ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในทุกการดำเนินชีวิตของมนุษย์ รวมถึงยังแทรกซึมเข้ามาในระบบการศึกษาไทย ทำให้ปัจจุบัน…
pin
260 | 16/05/2024
จากกองภูเขาเศษหนังเหลือทิ้ง สู่แบรนด์ ‘THAIS’ เครื่องหนังรักษ์โลกสุดคูล

จากกองภูเขาเศษหนังเหลือทิ้ง สู่แบรนด์ ‘THAIS’ เครื่องหนังรักษ์โลกสุดคูล

‘ESG’ กลายเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์ที่ผู้ประกอบการทั่วโลก ต่างให้ความสำคัญ และเริ่มนำมาปรับใช้อย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน มีธุรกิจ SME…
pin
658 | 13/05/2024
‘บุณยเกียรติ ไอศกรีม’ ปั้นแบรนด์ ‘PANDA & SALI’ ไอติมผลไม้ไทยแท้ บุกตลาดคนรักสุขภาพทั่วโลก